Wonderful Town
posted on 19 May 2008 01:46 by eakearly in Films
Wonderful Town เล่าเรื่องรักที่พระเอกเป็นสถาปนิกจากกรุงเทพฯ ลงไปคุมงานก่อสร้างรีสอร์ตที่ตะกั่วป่า 2 เดือน เขาพักอยู่ในโรงแรมห้องแถวเก่าๆ และค่อยๆ ตกหลุมรักนางเอกเจ้าของโรงแรมแห่งนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แต่พอย่างเข้าครึ่งเรื่องหลังของหนัง คนดูจะรู้สึกได้เลยว่า หนังเรื่องนี้มีอะไรมากไปกว่าแค่หนังรักธรรมดาๆ
สิ่งที่ผมชอบที่สุดใน Wonderful Town คือ บรรยากาศความไม่น่าไว้วางใจตั้งแต่กลางเรื่องเป็นต้นไปซึ่งแสดงออกมาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากดนตรีประกอบ คนดูรู้ได้ทันทีว่า อะไรสักอย่างกำลังจะเกิดขึ้น และนี่ ไม่ใช่แค่หนังรักธรรมดาแน่นอน
ตัวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินเรื่อง ทำให้นึกไปถึงหนังของสองพี่น้องดาร์เดน (Jean-Pierre and Luke Dardane) เล่าเรื่องเรียบง่าย สมจริงราวกับไม่ได้ถูกปรุงแต่ง ครึ่งหลังของหนังชวนให้นึกถึงอารมณ์ขณะดูหนังเรื่อง The Son ของพี่น้องดาร์เดนซึ่งมีบรรยากาศทริลเลอร์เจืออยู่ตลอดทั้งเรื่อง (ซึ่งโดยส่วนตัวผมชอบมาก) ทำให้ชวนติดตาม ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป พอจะคาดเดาได้ แต่ก็ไม่อยากคาดเดา
ตัวละครเด่นของหนังเรื่องนี้คือ “เมือง” จริงๆ อย่างที่ใครๆ ว่าไว้ สภาพบ้านเมืองที่พังพาบจากเหตุการณ์สึนามิ การค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นช้าๆ อย่างง่วงเหงาของเมือง ราวกับคนที่จมอยู่ในกองทุกข์และยังไม่อยากตื่นจากฝันร้าย สภาพสถานที่หลายแห่งที่ยังคงทิ้งร่องรอยผุพัง ซึ่งหัวใจของคนในเมืองก็ดูจะไม่ต่างกัน
ผมพบว่า “น้ำ” ก็เป็นเหมือนอีกตัวละครสำคัญในหนังเรื่องนี้ (เหมือนจะเป็นตัวร้ายด้วยซ้ำ) น้ำจากฝักบัวโรงแรมที่พระเอกอาบไปพลางร้องเพลงไปพลางอย่างมีความสุขในตอนต้นๆ ราวกับกำลังล้างชีวิตในเมืองหลวงและในอดีตของตน แต่แท้จริงแล้วมันทำหน้าที่นั้นจริงหรือ น้ำฝนที่ตกลงมาบ่อยครั้งบนดาดฟ้า-สถานที่พลอดรักประจำของพระเอกนางเอก เพียงเพื่อย้ำเตือนให้นางเอกตื่นขึ้นจากภวังค์รักเหมือนฝัน เช่นต้องรีบไปเก็บผ้าเช็ดตัวที่ตากอยู่บนราว น้ำทะเลในรูปของคลื่นฟองขาวที่เหมือนสาดซัดขึ้นมาเพื่อกวาดบางสิ่งลงไปเสมอ น้ำตาของพระเอกในฉากโทรศัพท์บนรถ ที่ทำให้เรารู้ว่า ของบางอย่าง น้ำก็ไม่ได้ทำหน้าที่ล้างมันทิ้งไป แต่อาจแค่ไหลไปมาเพื่อกวนให้ตะกอนที่ตกอยู่ขุ่นขึ้น และน้ำในแม่น้ำสายนั้นในฉากท้ายๆ ซึ่งน่าจะไหลลงไปสู่ทะเลที่อยู่ไม่ไกลนัก
เป็นหนังประเภทที่ดูจบแล้ว มันจะยังติดอยู่ในห้วงคิดของเราไปอีกหลายวันครับ
----------------------------------------
ปล. 1 ผมไปดู Wonderful Town กับเพื่อนชาวฟิลลิปปินส์ และพบว่าซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษของหนังตกขอบล่างของจอบ่อยมาก เรียกได้ว่ากว่า 50% เลยทีเดียว สงสารเพื่อนจริงๆ ดีที่หนังไม่มีบทพูดมากนัก แต่ในบางฉากบทพูดก็สำคัญ ยังดีที่เมื่ออกจากโรงแล้วคุยกันก็พบว่าเธอยังเข้าใจประเด็นสำคัญในหนังได้ครบถ้วน ไม่แน่ใจว่าทางโรงหนังจะแก้ไขตรงนี้ได้บ้างหรือไม่
ปล. 2 อันนี้เฮี้ยนมากๆ เพื่อนชาวฟิลลิปปินส์คนนี้เคยดูหนังไทยมาบ้าง และเธอรู้จักอนันดา เอเวอริ่งแฮมจากหนังที่เธอเคยดู ผมเลยเล่าเรื่องอนันดาให้เธอฟังมากขึ้น ก่อนหนังฉายมีเทรลเลอร์หนังอนันดาให้ดูถึง 2 เรื่องคือ The Leap Years และ สบายดี หลวงพระบาง เรายังชี้ชวนกันให้ดูอยู่เลยว่าอนันดาอยู่รอบตัวเราเต็มไปหมด (เมื่อวันก่อนผมก็เพิ่งดูเมมโมรี่ รัก หลอน) และก่อนที่หนังจะฉายนิดเดียว อนันดาตัวจริงก็เดินควงจี๊ด แสงทองเข้ามานั่งตรงเก้าอี้แถวหน้าเราเป๊ะๆ เลย! ก่อนเขาจะทรุดตัวลงนั่ง ผมสะกิดเพื่อนว่าเฮ้ย นี่มันอนันดา! แล้วก็หัวเราะกันแบบงงๆ มากันให้เห็นตัวเป็นๆ ตรงหน้าเลยทีเดียว (อนันดาตัวจริงดูเตี้ยและผอมกว่าที่เห็นในหนังมาก)
--------------------------------------
ได้เห็นเทรลเลอร์นี้เป็นครั้งแรก ทำให้ตอนนี้อยากดูหนังไทยเรื่องนี้ที่สุดครับ “รัก/สาม/เศร้า” ของยุทธเลิศ
ตัวอย่างหนัง รัก/สาม/เศร้า
edit @ 11 Jun 2008 21:33:55 by eak early : เอกเช้า

แต่เมื่อวานเพิ่งได้ดูบอย จีเนียส หนังสั้นของเขา
ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร
ตื่นเต้นกับอภิชาติพงศ์มากกว่า
( แต่อะนะ สองคนนี้ทำหนังคนละสไตล์กัน)
ทำงานยูเอ็น เหรอจ๊ะ มีเพื่อนหลายชาติมาก
#1 By grappa (58.9.190.182) on 2008-05-19 09:54