July Rhapsody ตะกอนที่เหลือ.. อาจเป็นความรัก
posted on 25 Jan 2009 20:20 by eakearly in Filmsนอกจาก Red Cliff 2 ของจอห์น วู ผมฉลองตรุษจีนปีนี้ด้วยการดูหนังฮ่องกงเรื่อง July Rhapsody อยู่กับบ้าน ซึ่งหลายคนก็อาจผ่านตากันไปแล้ว
อาหลาง (จางเซียะโหย่ว - Jacky Cheung) ครูสอนวรรณคดีจีนวัยกลางคน (หากพิจารณาตามชื่อหนังในภาษาฮ่องกง เขามีอายุ 40 ปี) ที่ใช้ชีวิตคู่มายาวนาน 20 ปีกับอาชิง (เหมยเยี่ยนฟางผู้ล่วงลับ - Anita Mui) กำลังประสบวิกฤตวัยกลางคนเมื่ออาชิงผู้ภรรยาขอกับเขาว่าจะไปดูแลคนรักเก่าที่เคยเป็นครูสมัยมัธยมของทั้งคู่ที่กำลังป่วยหนักในวาระสุดท้ายในช่วงกลางวันและสัญญาว่าจะกลับมาทำอาหารเย็นให้ทันทุกวัน และอาจจะด้วยส่วนหนึ่งของเหตุนี้ ทำให้อาหลางเริ่มปล่อยใจให้ อาหยู (Karena Lam) นักเรียนสาวมัธยมที่กำลังหลงใหลเขาโดยไม่แคร์ว่าเขาจะเป็นครูของเธอ
ผมชอบจังหวะจะโคนของการดำเนินเรื่องราวในหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตอบสนองปมเคลือบแคลงสงสัยของคนดูต่อความลับแต่หนหลังของทั้งคู่ผ่านการที่ทั้งคู่ผลัดกันเล่าเรื่องให้ลูกชายคนโตฟัง พร้อมๆ กับที่เราคนดูก็ได้รับทราบไปพร้อมๆ กันด้วย หลายคนอาจบอกว่าหนังเรื่องนี้เชื่องช้าชวนหลับ ซึ่งผมเองก็รู้สึกเช่นนั้นในช่วงแรกๆ แต่ไม่นานหลังจากนั้นก็พบว่า มันต้องมีจังหวะเช่นนี้แหละจึงลงตัวที่สุดอย่างที่ควรจะเป็น จริงอยู่ที่ลักษณะบ้านช่องของชาวฮ่องกงที่เป็นเกาะจะไม่เอื้อให้มีพื้นที่กว้างขวางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่สภาพบ้านแคบๆ ที่หนังถ่ายทอดให้เห็นก็ช่วยขับเน้นความรู้สึกอึดอัดของสภาพชีวิตคู่ของตัวละครได้อย่างยอดเยี่ยม อาหลางถึงกับพูดกับอาชิงในฉากหนึ่งว่าเธอมักจะเก็บข้าวของเก่าราวขยะเอาไว้ในบ้านไม่ยอมทิ้งเหมือนสมบัติล้ำค่า แต่ขณะเดียวกันสภาพโต๊ะในห้องพักครูของอาหลางที่เต็มไปด้วยกองหนังสือและเอกสารสูงทึบอึดอัดท่วมหัวกลับให้ภาพไม่ต่างกัน
หนังเต็มไปด้วยฉากเรียบๆ ที่งดงามน่าจดจำ ฉากที่อาหลาง อาชิง และลูกชายคนโตผลัดกันท่องบทกวีของหลีไป่ (Li Bai) ในโรงพยาบาล ฉากที่อาหลางและอาหวูนั่งรถไฟกลับจากเสิ่นเจิ้น ฉากภาพทิวทัศน์ลำน้ำแยงซีที่ตัดแทรกเข้ามาราวกับสวรรค์ที่ทุกคนเฝ้าบอกว่าต้องการเดินทางไป แต่ไม่เห็นมีใครเคยไปถึง และผมชอบทุกฉากของเหมยเยี่ยนฟาง
เหมยเยี่ยนฟางมอบการแสดงที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่งในชีวิตการเป็นนักแสดงของเธอเอาไว้ในหนังเรื่องนี้ ภาพภรรยาที่ทำหน้าที่ไม่บกพร่องตลอด 20 ปีทำให้เราสงสัยว่า ใช่ความรักหรือเปล่าที่เธอกำลังทำอยู่ เธอถ่ายทอดความซับซ้อนทางอารมณ์ออกมาทางใบหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉากสั้นๆ ฉากสุดท้ายของเรื่องที่ทำเอาเราหัวใจสลาย (เหมือนฉากสั้นๆ ที่เฮเลน มิร์เรนทำไว้ในตอนใกล้จบ ของ Gosford Park หรือฉากที่ซาแมนธ่า มอร์ตันถูกจับใน Elizabeth: The Golden Age) เมื่ออาชิงตัดสินใจจะจบสภาพค้างๆ คาๆ ของชีวิตคู่ของตัวเธอเองลงกับอาหลาง อาจด้วยไม่คาดคิดว่าอาหลางจะตอบรับเธอเช่นนั้นก็เป็นได้ ความสะเทือนใจเหลือแสนของตัวละครถูกเหมยเยี่ยนฟางส่งผ่านออกมาจากใบหน้าของเธอที่กล้องจับอยู่ช่วงสั้นๆ ณ ขณะนั้นเอง (บทสนทนาในฉากนี้ แม้ไม่ยาวแต่ก็เขียนได้ดีทีเดียว)
คาริน่า แลมกวาดรางวัลนักแสดงหน้าใหม่มาได้จากหลายเวทีรางวัลในบทเด็กสาวที่หลงรักครูหนุ่มวัยกลางคนและรุกอย่างท้าทาย แต่เป็นไปอย่างธรรมชาติอย่างที่สุด ผู้กำกับทำให้ตัวละครตัวนี้ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงจากลักษณะเหมารวม (stereotype) อย่างโลลิต้า เพราะอาหวูแต่งตัวมิดชิดและไม่แตะเนื้อถึงตัวครูหนุ่ม เธอยั่วล้ออาหลางด้วยบทสนทนาอันชาญฉลาดและเปี่ยมเสน่ห์ เธอมีเพียงจริตธรรมชาติของวัยแรกสาว (และชุดนักเรียนมัธยมปลาย) ซึ่งเท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้ชายใจอ่อนยวบเป็นขี้ผึ้งลนไฟ (ชอบฉากที่เธอเอาน้ำส้มในแก้วของจางเซียะโหย่วมาดูดมากๆ) เสียดายก็แต่หนังไม่ได้เปิดเผยให้เห็นพื้นเพทางครอบครัวของเธอว่าเป็นอย่างไรให้สมกับความอยากรู้ของคนดูเมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมของคาแรกเตอร์ชู้รักวัยสาวที่ต่างออกไปจากหนังเรื่องอื่นๆ เช่นนี้
จางเซียะโหย่ว ทำให้ผู้ชายวัยกลางคนเรียบร้อยๆ มีเสน่ห์ได้อย่างที่เด็กสาวอย่างอาหวูจะหลงรัก "ความเรียบร้อยของครูทำให้หนูเฮิร์ท" อาหวูบอกกับอาหลางในฉากหนึ่ง การแสดงแบบน้อยได้มากของจางเซียะโหย่วนั้นไม่เลว เพียงแต่เมื่อมาอยู่ร่วมฉากกับสองนักแสดงสาวแล้ว และอาจจะด้วยคาแรกเตอร์เรียบร้อยๆ ของเขานั้นไม่ได้เอื้อให้โชว์อ๊อฟมากๆ จึงทำให้เขาถูกสองสาวแย่งจุดสนใจไปได้ง่ายๆ
ไม่ใช่ความรัก ที่ทำให้คนคู่นี้อยู่กินกันมายาวนานถึง 20 ปี และเพราะสิ่งนี้ที่ไม่ใช่ความรักเช่นกัน ที่ทำให้ความสัมพันธ์อันยาวนานอาจจบสิ้นลง
บางที หลังจากนั้น สิ่งที่เหลืออยู่เป็นตะกอนนี่เอง ที่อาจจะเป็นความรัก
-----------------------------------------------------
July Rhapsody (Laam Yan Sei Sap), 2002
กำกับ โดย ผู้กำกับหญิงคนเก่ง Ann Hui (เร็วๆ นี้ก็กับ The Postmodern Life of My Aunt - อยากให้เธอผลิตงานออกมาอย่างต่อเนื่องจัง)
เขียนบทโดย Ivy Ho เจ้าของผลงานเขียนบทในเถียนมีมี่ (Comrades, Almost a Love Story ของปีเตอร์ ชาน)
edit @ 25 Jan 2009 22:56:36 by eak early : เอกเช้า

ซินนี้ฮวดไช้ค่ะ
:]
#1 By skiixy* on 2009-01-26 01:08