Not A Star : เมื่อแม่รู้ว่าผมเป็นดาราหนังโป๊
posted on 07 Feb 2009 22:51 by eakearly in Booksเพื่อนบ้านขี้เมาท์จอมแสบของลินน์หย่อนวิดีโอเทปม้วนหนึ่งพร้อมโน้ตไว้ในกล่องรับจดหมาย โปสเตอร์หนังบนหน้าปกวิดีโอเทปม้วนนั้นเป็นรูปเด็กหนุ่มที่หน้าตาเหมือนมาร์ค-ลูกชายวัย 23 ปีของเธอมากๆ ซึ่งกำลังยืนอยู่ข้างหลังหญิงสาวทรงโตและกำลังเอามือปิดหน้าอกของเธอไว้ เมื่อเธอเปิดดูก็ถึงกับช็อค นี่มันมาร์ค-ลูกชายของเธอจริงๆ เธอไม่อยากจะเชื่อว่านีคือคนคนเดียวกับลูกชายตัวน้อยๆ ที่เคยนั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะครัวเมื่อไม่กี่ปีก่อน และโอ้ว.. นั่น! ปริศนาไขกระจ่างเลยว่าทำไมมาร์คถึงไม่เคยยอมให้เธอเลือกซื้อกางเกงให้ ทำไมมาร์คถึงมีปัญหาเรื่องการอาบน้ำรวมกับเพื่อนๆ ในวิชาพละจนพ่อของเขาถึงกับต้องเขียนจดหมายไปขออาจารย์ และทำไมมาร์คผู้ที่ชอบฟังเพลงร็อคจึงปฏิเสธที่จะใส่กางเกงยีนส์ฟิตๆ ตามสมัยนิยม แต่เลือกที่จะมีกางเกงสแล็กแบบที่ใส่กับชุดสูทและกางเกงแบ็กกี้มากมายก่ายกอง...
ลูกชายของเธอไปได้กรรมพันธุ์ใหญ่ยักษ์นั่นมาจากใครกันนี่!!??
ที่ว่าไปนั่นคือพล็อตคร่าวๆ ของนิยาย (ขนาดค่อนข้างสั้น) เรื่อง Not A Star ของ Nick Hornby ผู้เขียน High Fidelity, About A Boy, Fever Pitch หรือล่าสุดกับ Slam เป็นอาทิ (อ่านเกี่ยวกับ Slam ในเอ็นทรี่เก่าของผมได้ที่นี่) นิยายเรื่องนี้เป็น lad lit ที่ทั้งสนุก ตลก ฉลาด ครบถ้วนองค์ประกอบนิยายของฮอร์นบี้ที่เรารัก พ่วงด้วยอารมณ์ขันแบบอังกฤษๆ ซาบซึ้ง หวาดเสียว และ.. เห็นพล็อตอย่างนี้ก็เถอะ ช่วงหลังๆ มันทำเอาเราอบอุ่นหัวใจได้อย่างน่าประหลาด
นิยายมีตอนที่ฉลาดตลกแสบสันต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ลินน์ตอกกลับเพื่อนบ้านจอมสอดรู้อย่างเจ็บแสบแบบที่คนอ่านถึงกับปรบมือดังๆ อยู่ในใจ ตอนที่ตัวละครพยายามเปรียบเทียบมาร์คในหนังโป๊กับฮิวจ์ แกรนต์ใน Love, Actually ตอนที่การสนทนานำไปสู่การพูดเรื่องขนาดของไอ้นั่นของคุณพ่อกับคุณลูกชาย ซึ่งแน่นอนว่าค นเดียวที่เคยเห็นมาแล้วทั้งสองอันก็คือลินน์ หรือมุขตลกที่เล่นกับภาษาในตอนที่พ่อ แม่ ลูกพยายามหลีกเลี่ยงการใช้คำสองแง่สองง่ามในบทสนทนาเพื่อไม่ให้สะเทือนใจ แต่กลับพบว่ามีคำปกติมากมายที่สามารถตีความไปในทางนั้นได้หมด เป็นต้น
หากขึ้นต้นพล็อตแบบที่เกริ่นไปในย่อหน้าแรก เป็นคุณ คุณจะแต่งเรื่องต่ออย่างไร นับเป็นโจทย์ที่น่าคิดไม่น้อย แน่นอน มันมีฉากยาวๆ ที่แม่ พ่อ และลูกชายนั่งเผชิญหน้าความจริงและเคลียร์เรื่องนี้กัน และฮอร์นบี้ทั้งที มันไม่ออกมาแบบดราม่าพลุ่งพล่านบ้านแตกหรือนิ่งเงียบใส่กันอย่างเก็บกดอย่างที่เรานึกๆ กันได้อยู่แล้ว แต่มันกลับออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ (ในบริบทแบบอังกฤษๆ) โดยที่เราไม่รู้สึกไม่เชื่อ บทสนทนาในฉากนี้ช่างตลกอย่างร้ายกาจ แต่เรากลับสัมผัสได้ถึงความผูกพันของครอบครัวในระหว่างบรรทัดเหล่านั้น นิยายยังไม่ละเลยที่จะพูดถึงประเด็นซีเรียสอย่างพอดีๆ ทั้งเรื่องค่านิยมของครอบครัว ช่องว่างระหว่างวัย การปลูกฝังค่านิยมในการเป็น somebody แทนที่จะเป็น nobody โดยไม่เจตนา หรือบทบาทหน้าที่อันกระอักกระอ่วนของพ่อแม่เมื่อต้องพูดคุยเรื่องเพศกับลูกๆ
และการหาคำตอบของลินน์ต่อคำถามที่ว่า ลูกชายของเธอได้กรรมพันธุ์มหึมานั้นมาจากญาติผู้ชายฝ่ายใด กลับนำมาซึ่งความอบอุ่นในหัวใจต่อคุณค่าของครอบครัวได้อย่างที่เราคาดไม่ถึง
ลุงฮอร์นบี้แกเขียนนิยายเก่งจริงๆ ครับ!!!
ลองชิมรสบางช่วงบางตอนของนิยายเรื่องนี้ได้ที่นี่

#1 By nanoguy on 2009-02-08 11:49