เพื่อนบ้านขี้เมาท์จอมแสบของลินน์หย่อนวิดีโอเทปม้วนหนึ่งพร้อมโน้ตไว้ในกล่องรับจดหมาย โปสเตอร์หนังบนหน้าปกวิดีโอเทปม้วนนั้นเป็นรูปเด็กหนุ่มที่หน้าตาเหมือนมาร์ค-ลูกชายวัย 23 ปีของเธอมากๆ ซึ่งกำลังยืนอยู่ข้างหลังหญิงสาวทรงโตและกำลังเอามือปิดหน้าอกของเธอไว้ เมื่อเธอเปิดดูก็ถึงกับช็อค นี่มันมาร์ค-ลูกชายของเธอจริงๆ เธอไม่อยากจะเชื่อว่านีคือคนคนเดียวกับลูกชายตัวน้อยๆ ที่เคยนั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะครัวเมื่อไม่กี่ปีก่อน และโอ้ว.. นั่น! ปริศนาไขกระจ่างเลยว่าทำไมมาร์คถึงไม่เคยยอมให้เธอเลือกซื้อกางเกงให้ ทำไมมาร์คถึงมีปัญหาเรื่องการอาบน้ำรวมกับเพื่อนๆ ในวิชาพละจนพ่อของเขาถึงกับต้องเขียนจดหมายไปขออาจารย์ และทำไมมาร์คผู้ที่ชอบฟังเพลงร็อคจึงปฏิเสธที่จะใส่กางเกงยีนส์ฟิตๆ ตามสมัยนิยม แต่เลือกที่จะมีกางเกงสแล็กแบบที่ใส่กับชุดสูทและกางเกงแบ็กกี้มากมายก่ายกอง...

ลูกชายของเธอไปได้กรรมพันธุ์ใหญ่ยักษ์นั่นมาจากใครกันนี่!!??

ที่ว่าไปนั่นคือพล็อตคร่าวๆ ของนิยาย (ขนาดค่อนข้างสั้น) เรื่อง Not A Star ของ Nick Hornby ผู้เขียน High Fidelity, About A Boy, Fever Pitch หรือล่าสุดกับ Slam เป็นอาทิ (อ่านเกี่ยวกับ Slam ในเอ็นทรี่เก่าของผมได้ที่นี่) นิยายเรื่องนี้เป็น lad lit ที่ทั้งสนุก ตลก ฉลาด ครบถ้วนองค์ประกอบนิยายของฮอร์นบี้ที่เรารัก พ่วงด้วยอารมณ์ขันแบบอังกฤษๆ ซาบซึ้ง หวาดเสียว และ.. เห็นพล็อตอย่างนี้ก็เถอะ ช่วงหลังๆ มันทำเอาเราอบอุ่นหัวใจได้อย่างน่าประหลาด

นิยายมีตอนที่ฉลาดตลกแสบสันต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ลินน์ตอกกลับเพื่อนบ้านจอมสอดรู้อย่างเจ็บแสบแบบที่คนอ่านถึงกับปรบมือดังๆ อยู่ในใจ ตอนที่ตัวละครพยายามเปรียบเทียบมาร์คในหนังโป๊กับฮิวจ์ แกรนต์ใน Love, Actually ตอนที่การสนทนานำไปสู่การพูดเรื่องขนาดของไอ้นั่นของคุณพ่อกับคุณลูกชาย ซึ่งแน่นอนว่าค นเดียวที่เคยเห็นมาแล้วทั้งสองอันก็คือลินน์ หรือมุขตลกที่เล่นกับภาษาในตอนที่พ่อ แม่ ลูกพยายามหลีกเลี่ยงการใช้คำสองแง่สองง่ามในบทสนทนาเพื่อไม่ให้สะเทือนใจ แต่กลับพบว่ามีคำปกติมากมายที่สามารถตีความไปในทางนั้นได้หมด เป็นต้น

หากขึ้นต้นพล็อตแบบที่เกริ่นไปในย่อหน้าแรก เป็นคุณ คุณจะแต่งเรื่องต่ออย่างไร นับเป็นโจทย์ที่น่าคิดไม่น้อย แน่นอน มันมีฉากยาวๆ ที่แม่ พ่อ และลูกชายนั่งเผชิญหน้าความจริงและเคลียร์เรื่องนี้กัน และฮอร์นบี้ทั้งที มันไม่ออกมาแบบดราม่าพลุ่งพล่านบ้านแตกหรือนิ่งเงียบใส่กันอย่างเก็บกดอย่างที่เรานึกๆ กันได้อยู่แล้ว แต่มันกลับออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ (ในบริบทแบบอังกฤษๆ) โดยที่เราไม่รู้สึกไม่เชื่อ บทสนทนาในฉากนี้ช่างตลกอย่างร้ายกาจ แต่เรากลับสัมผัสได้ถึงความผูกพันของครอบครัวในระหว่างบรรทัดเหล่านั้น นิยายยังไม่ละเลยที่จะพูดถึงประเด็นซีเรียสอย่างพอดีๆ ทั้งเรื่องค่านิยมของครอบครัว ช่องว่างระหว่างวัย การปลูกฝังค่านิยมในการเป็น somebody แทนที่จะเป็น nobody โดยไม่เจตนา หรือบทบาทหน้าที่อันกระอักกระอ่วนของพ่อแม่เมื่อต้องพูดคุยเรื่องเพศกับลูกๆ

และการหาคำตอบของลินน์ต่อคำถามที่ว่า ลูกชายของเธอได้กรรมพันธุ์มหึมานั้นมาจากญาติผู้ชายฝ่ายใด กลับนำมาซึ่งความอบอุ่นในหัวใจต่อคุณค่าของครอบครัวได้อย่างที่เราคาดไม่ถึง

ลุงฮอร์นบี้แกเขียนนิยายเก่งจริงๆ ครับ!!!

 

ลองชิมรสบางช่วงบางตอนของนิยายเรื่องนี้ได้ที่นี่

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โฮก อยากอ่านขึ้นมาทันที

#1 By nanoguy on 2009-02-08 11:49

โอ้ น่าสนใจมาก

ยิ่งงานของ นิก ฮอร์นบี้ ด้วย

น่าอ่านเข้าไปใหญ่


:D

#2 By patz'h on 2009-02-08 15:13

ยังมิเคยอ่านเลยซักเล่ม sad smile

ได้แต่ดูหนังที่แปลงมาจากหนังสือพี่เขา sad smile

#3 By Seam - C on 2009-02-09 07:37

วันก่อน เพิ่ง หยิบๆ จับ ๆ "Shakespeare Wrote for Money" ความเรียงเล่มใหม่ของนิก ฮอร์นบี้ ที่คิโนคุนิยะอยู่เลย

#4 By grappa (58.9.186.127) on 2009-02-09 07:49

ก็ยังดีที่ปิดหน้าอกหญิงสาว
ถ้าปิดส่วนสงวนชายหนุ่มล่ะก็
มีเฮ

ฮาาาา

#5 By skiixy* on 2009-02-09 15:15

Island Etude หนังไต้หวันน่าสนใจดีนะเอก
แต่พี่ไม่ค่อยกล้าดูหนังพวกนี้ว่ะ ต้องดูตอนหัวโล่งๆ เพราะชอบอินกับหนังแบบนี้ อย่างอินทูเดอะไวลด์นี้ นอนไม่หลับ นั่งเศร้าอยู่นั่น

#6 By grappa (58.9.186.127) on 2009-02-09 19:44

อ่านพล็อตตอนแรก
ก็คิดว่า ต้องเป็นหนังนิ่งๆเนิบๆ
อบอวลไปด้วยความกดดัน

แต่พอเจอคำว่า Nick Hornby เข้าไป
ก็ถอนหายใจได้เลย

ป.ล.
คุณเอกearlyใจร้ายมากเลยนะคะ
จะให้นุ้ยแก่กว่าตั้งรอบหนึ่ง

#7 By อุบล (58.9.178.82) on 2009-02-10 12:17

น่าอ่านมากๆ เลย ท่าจะสนุก ขอบคุณครับที่แนะนำ

ชอบ About A Boy ด้วย น่ารักดี

#8 By renton (125.26.126.130) on 2009-02-12 08:10

มีช่วงนึง ฮอร์นบี้เป็นนักเขียนที่มี พ่อยก-แม่ยก ในบ้านเราเยอะรองจากมุราคามิเลย

#9 By aloneagain (124.120.26.113) on 2009-02-14 17:17

ผมชอบหนังสือของคุณ Nick Horby มาก
ซึ่งพอดัดแปลงมาเป็นหนังก็ดีไม่แพ้กัน ทั้ง about a boy, high fidelity (ยกเว้น Fever Pitch ที่ไม่ไหวแล้ว...)

#10 By ฟ้าดิน (222.123.18.114) on 2009-02-15 01:56

#11 By (203.172.199.250) on 2009-04-18 00:45

#12 By (125.25.242.171) on 2009-06-06 13:40

#13 By (125.26.182.205) on 2009-06-15 13:00

#14 By สมหมาย (118.175.242.148) on 2009-08-26 15:53

สนุกมากและอยากอ่านต่อจังเลย

#15 By โยอิจัง (118.172.78.140) on 2009-11-20 23:47