อาหมิง นักศึกษาหนุ่มชาวไต้หวันที่มีปัญหาได้ยินและพูดไม่ชัดเนื่องจากหูหนวกแบบไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์มาแต่กำเนิด ตัดสินใจพักเรียนชั่วคราวแล้วออกเดินทางด้วยการขี่จักรยานรอบเกาะไต้หวันพร้อมกีต้าร์คู่ใจ เราไม่รู้แน่ชัดถึงแรงบันดาลใจของเขา เรารู้ได้จากรอยยิ้มบนใบหน้าแต่ว่าเขาออกเดินทางด้วยความสุข

การเดินทางของอาหมิงเป็นในแบบที่ปลายทางหาใช่จุดหมาย แต่ผู้คนมากมายและเรื่องราวที่เขาพบระหว่างทางต่างหากที่เป็นความหมายที่แท้จริงของการเดินทาง เป็นต้นว่า...

เด็กหนุ่มนักปั่นอีกคนที่ชวนเขาไปค้างที่บ้าน ท่าทีกราดเกรี้ยวเอาแต่ใจของเด็กหนุ่ม ช่องว่างทางการสื่อสารระหว่างเขากับแม่ การพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะพูดคุยกับแฟน สะท้อนภาพครอบครัวและการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่ดูเหมือนจะเป็นสากล

หญิงสาวนักเดินทางชาวลิทัวเนียที่ทั้งคู่ได้ใช้เวลาช่วงสั้นๆ ด้วยกันที่ริมทะเลระหว่างที่เธอรอรถไฟ ทั้งคู่แลกเปลี่ยนบันทึกการเดินทางของกันและกันอ่าน แบ่งปันความฝันร่วมกัน มีความเป็นไปได้มากมายระหว่างคนทั้งสอง แต่ด้วยต่างก็ซื่อสัตย์กับความฝันของตน ทั้งคู่จึงเป็นได้เพียงผู้ที่ผ่านมาและผ่านไปในช่วงชีวิตเล็กๆ ของกันเท่านั้น (ส่วนตัวผมชอบตอนนี้ที่สุด)

 

กลุ่มสตรีวัยกลางคนที่เริ่มทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งมาตั้งแต่แรกสาว พวกเธอมีเพียงทักษะเดียวที่ใช้หาเลี้ยงชีพได้ วันหนึ่งโรงงานต้องปิดตัวลงเพราะพิษเศรษฐกิจโดยปราศจากการชดเชย พวกเธอไม่มีที่ไป และทำอะไรอย่างอื่นไม่เป็น จึงทำได้แต่เพียงมารวมตัวประท้วงครึ่งวัน และเที่ยวพักผ่อนกันอีกครึ่งวัน โดยที่ไม่รู้ว่าความเปลี่ยนแปลงใดๆ จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้หรือไม่

ปู่กับย่าและญาติผู้ใหญ่หลายคนที่บ้านเกิดของเขาในต่างจังหวัด ที่นี่เปรียบเสมือนรากของเขา ในฉากหนึ่งเขาถึงกับยืนน้ำตาไหล เมื่อเห็นปู่เข้าร่วมพิธีกรรมท้องถิ่นอย่างเคารพศรัทธา มันให้ความรู้สึกถึงประเด็นที่หนุ่มสาวยุคปัจจุบันจากต่างที่ต่างถิ่นเข้าไปใช้ชีวิตในเมืองไม่ว่านานเท่าไร แต่เมื่อใดที่ได้กลับบ้าน อดีตอันคุ้นเคยก็ทำให้เราอบอุ่นใจได้เสมอ

หนังดำเนินเรื่องแบบไม่มีไคลแม็กซ์ แต่ละวันของการเดินทางของเขา แต่ละผู้คนที่เขาได้พบ มันทำให้เราตื่นเต้นได้เสมอว่าเขา (และเราคนดู) จะได้พบเจอเรียนรู้อะไร (ยังมีตัวละครที่น่าสนใจอีกจำนวนมากที่ผมไม่ได้กล่าวถึงข้างบน เช่น ครูที่ให้อาหมิงไปนอนค้างในโรงเรียน หรืออดีตนักแข่งตูร์เดอฟร้องซ์ที่วันนี้ต้องมาปั่นจักรยานคนเดียว) หนังยังสะท้อนภาพสังคมไต้หวันในหลายระดับทั้งอดีตและปัจจุบัน และมีภาพสวยเหมือนโปสการ์ดกับดนตรีประกอบเพราะจับใจ หนังค่อยๆ กินใจเราอย่างช้าๆ และเมื่อหนังจบ เรารู้สึกอิ่มและเปี่ยมไปด้วยพลังใจงดงามในการใช้ชีวิต

และบางที คุณอาจจะอยากเก็บของออกเดินทางเหมือนอาหมิงขึ้นมาทันทีก็ได้

คุณน่าจะชอบหนังเรื่องนี้ถ้าคุณชอบ : Into the Wild, หนังไฉ้หมิงเลี่ยงหรือโหวเชี่ยวเฉียนที่มีสไตล์จีนๆ แบบค่อยๆ ละเลียดเนื้อหาไปอย่างแช่มช้า (ผกก.หนังเรื่องนี้เป็นผกก.ภาพของหนังของโหวเชี่ยวเฉียนมาก่อน), หนังไต้หวันที่จับประเด็นหนุ่มสาวร่วมสมัยในช่วงหลายปีให้หลังอย่าง Blue Gate Crossing หรือ Eternal Summer, หนังโร้ด มูฟวี่

 ----------------------------------------------------------

Island Etude (Lian xi qu), 2007

Written and Directed by En Chen

Starring Ming-hsiang Tung

หนังเป็นตัวแทนที่ไต้หวันส่งเข้าชิงออสการ์หนังต่างประเทศยอดเยี่ยมปี 2008 แทน Lust, Caution ที่มีปัญหา

 

 

edit @ 15 Feb 2009 16:07:06 by eak early : เอกเช้า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ได้ดูหนังเรื่องนี้เมื่อปีที่แล้วฮะ
ส่วนตัวของผมผมรู้สึกว่า ตัวเองได้ถูกเติมเต็มทุกอย่างที่ขาดไปในระหว่างการพบเจอผู้คนมากมาย ทั้งๆที่เรารุ้ว่าเค้าขาด แต่ว่าการเดินทางทำให้เค้ารู้ว่าเค้าสามารถอยุ่กับทุกคนบนโลกได้

อย่างที่พี่บอกเลยฮะ
ความหมายมันอยู่ระหว่างทางจริงๆ

:D

#1 By patz'h on 2009-02-15 13:15

เอ่อ ... ไม่เคยดูอีกแล้ว...แต่ผมไปดู เบนจามิน มาแล้วครับ สะสะสุดยอดเลยยยยย ...น้ำตาร่วงกันไป

#2 By omega on 2009-02-15 17:40

โอ้ ไม่ค่อยอยากดูเลย ชอบอินกับหนังพวกโร้ดมูฟวี่

ป.ล.เดอะรีดเดอร์ ฉบับหนังพี่รู้สึกว่ามันเชยๆ สูตรๆ ยังไงไม่รู้เอก
ฉากประทับใจตอนที่นางเอกพยายามเขียนหนังสือน่ะ
ตอนอ่านหนังสือพี่น้ำตาไหลพรากเลยนะ แต่พอดูหนังมันห้วนๆ ไงไม่รู้

อย่าลืมดูสลัมด็อก พี่ชอบมาก ชอบงานภาพ
หนังเข้าโรงว่าจะไปดูอีกที

#3 By grappa (58.9.193.75) on 2009-02-15 22:10

ยังไม่ได้ดูครับ เคยดูแต่ Eternal Summer ที่ภาพสวยมากในเรื่องราวที่ค่อยๆกระเทะจิตใจ

จะหามาดูครับ big smile

อยากคุยด้วยกับคุณ grappa ด้านบนจังเรื่องสลัมด็อก ที่ผมเห็นด้วยกับงานภาพครับว่าเจ๋งมาก เพลงด้วย แต่โดยรวมผมกลับคิดว่าไม่น่าจะได้ชิงรางวัลมากมายขนาดนี้ sad smile

#4 By Seam - C on 2009-02-16 07:49

ชอบตอนที่ไอ้คนที่ชวนไปบ้านมันคุยกับแม่

ตลกยังไงไม่รู้

หรือจะเศร้าดีล่ะ



แต่ตลกมากกว่า
เคยคิดๆ เอาไว้ครับว่าจะเขียนถึงเรื่องนี้ร่วมกับเรื่อง Cape No. 7
เพราะเป็นหนังไต้หวันชิงออสการ์สองปีต่อเนื่องกัน

ว่าจะตั้งชื่อเชยๆ หน่อย ประมาณว่า "จากเกาะถึงอ่าว เรื่องราวจากไต้หวัน" confused smile

#6 By aloneagain (124.120.26.113) on 2009-02-17 02:53

จุดหมายใช่ปลายทางเสมอไป
อย่าลืมเก็บเกี่ยวความสุขอยู่ที่ระหว่างทางด้วยเนอะ

#7 By plongaoi (202.44.45.3) on 2009-02-25 13:41

ถ้าจะดูที่ไหนมีขายหรอ หรือมีให้ยืมไหม

ฝากบอกหน่อยนะ nonny50@hotmail.com

#8 By แนน (115.67.36.255) on 2009-05-08 23:10

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

#9 By etude (124.157.185.66) on 2009-08-17 03:34

อยากดูมั่งจังเลย

#10 By etude (114.128.9.151) on 2009-08-18 20:22

ว้าวว น่าดูจังเลย

#11 By etude house (124.157.185.216) on 2009-10-20 09:41

อยากทราบอ่ะครับว่าจะหาเรื่องนี้ได้จากที่ไหนบ้าง

#12 By OceaNiCa on 2009-11-04 03:47