แววตาแม่น้ำยามบ่าย ตอนที่ 3 (ตอนจบ)
posted on 01 Mar 2009 13:42 by eakearly in etcอ่านตอนที่ 1 ได้ที่นี่
อ่านตอนที่ 2 ได้ที่นี่
-------------------------------
หนึ่งปีถัดมา หวังจื่อตันก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจากจางเหมี่ยนหัว ส่งมาจากลอส แองเจลลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา นาทีที่เขารับจดหมายมาและเห็นลายมือของเธอบนจ่าหน้าซอง ชั่วขณะเล็กๆ นั้นเขาตัวสั่นและใจหายวาบราวกับตกลงไปในบ่อน้ำอันมืดมิด กลิ่นบุปผาอันเคยคุ้นเกิดต้องจมูกขึ้นมาทันที เขารู้สึกประสมกันระหว่างโล่งอกและเจ็บแปลบ โล่งอกที่การรอคอยสิ้นสุด จดหมายจากเธอเป็นสิ่งที่เขาคาดหวังมาตลอด และเจ็บแปลบเหมือนโดนสะกิดแผลใจ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านหน้าบ้านของเธอ เขาหลีกเลี่ยงการทักทายพบเจอกับพ่อแม่ของเธอ เขาหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับเพื่อนสนิทของเธอ เขาเดินออกจากวงสนทนาทุกครั้งที่มีใครพูดเรื่องของเธอ เขาคิดว่าเขาทำใจได้แล้วด้วยการกระทำเยี่ยงนั้น หากแต่นั่นเป็นการถมมันลงใต้ผิวดินอย่างตื้นๆ เพื่อรอการถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกเท่านั้น เขาไม่ได้แกะจดหมายออกอ่านทันทีเนื่องจากกำลังช่วยงานพ่อ เขาเก็บจดหมายตั้งแต่แรกรับมาเสียบไว้ที่ขอบกางเกงใต้เสื้อเชิ้ต ขณะที่ทำงานตลอดวันเขาก็คอยจับว่าจดหมายยังอยู่ดี ต่อบ่ายคล้อยเขาจึงขี่จักรยานไปยังแม่น้ำ เขาต้องการที่เงียบๆ เพื่ออ่านจดหมายจากเธอ เขานั่งอ่านมันใต้ต้นไม้ใหญ่ริมแม่น้ำนั้นเอง
หวังจื่อตัน,
ฉันขอโทษ
ฉันไม่รู้จะเริ่มเรื่องทั้งหมดอย่างไร วันนั้นที่ริมแม่น้ำ ที่ฉันบอกกับเธอว่าฉันรักเมืองของเราและไม่อยากจากไป ฉันพูดจริง ฉันมิได้ปดเธอในข้อนั้น หากแต่ครั้งนั้นฉันยังเยาว์เกินกว่าจะรู้ว่าใจคอคนเราจะเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วราวเมฆฝนหน้าแล้ง เพียงข้อเสนอจากญาติในวันหนึ่งถึงอนาคตในแดนไกล ฉันก็สามารถเปลี่ยนใจได้เพียงชั่วข้ามคืน ฉันตกใจกับคำตอบที่ตัวเองมีให้เช่นกัน ความคิดที่ว่าการตัดสินใจครั้งนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิดยังคงวนเวียนมารบกวนจิตใจฉันอยู่บ้างยามฉันอยู่กับตัวเองเพียงลำพัง แต่ก็น้อยลงทุกที ฉันพยายามนึกทบทวนว่าฉันใช้อารมณ์หรือใช้เหตุผลมากกว่ากันในการตัดสินใจวันนั้น แต่ไม่ว่าคำตอบจะคืออะไร วันนี้ฉันก็มิอาจย้อนเวลากลับไปได้เสียแล้ว
ฉันขลาดเกินกว่าจะบอกเธอก่อนฉันจะจากมา โปรดเชื่อฉันเถิดว่าฉันอยากจะบอกเธอมากกว่าใคร แต่เหตุผลและความรู้สึกมากมายในอกฉันมันมิอาจกลั่นเกลาออกมาเป็นคำพูดให้เธอได้ แววตาร่าเริงของเธอที่เป็นประกายแจ่มใสยามมีความสุขเหมือนคลื่นน้ำในแม่น้ำยามต้องแดดบ่ายเช่นนั้น ฉันขลาดเกินกว่าจะทนเห็นมันหายไปหากฉันบอกเธอต่อหน้า
ฉันคิดจะเขียนจดหมายหาเธอตั้งแต่วันแรกที่ฉันมาถึงที่นี่ แต่ก็อีก ความขลาดเกาะกินใจและมือของฉันราวกับหิมะที่เย็นเยียบจนฉันมิอาจจรดปากกาเขียนจดหมายได้ ยิ่งนานวันผ่าน ความขลาดเปลี่ยนกลายเป็นความรู้สึกผิดและละอาย เมื่อคิดได้ว่าเธอจะรู้สึกแย่เพียงไรและฉันช่างเห็นแก่ตัวเพียงไร เธอต้องการคำอธิบายเพื่อปลดปล่อยเธอจากความมืดดำทั้งปวงที่ถ่วงรั้งเธอไว้ ฉันต้องเขียนจดหมายถึงเธอ ฉันรู้ มันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้เธอใช้ชีวิตด้วยแววตาแม่น้ำยามบ่ายได้ต่อไป
ฉันหวังว่าเธอคงสบายดี ชีวิตที่นี่ของฉันแม้ไม่ได้สุขสบายนัก แต่ฉันก็ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายและเติบโตขึ้นมาก เมล็ดพันธุ์แห่งความหวังถึงอนาคตที่ดีค่อยๆ โตขึ้นช้าๆ เหมือนต้นถั่วที่ปลูกด้วยดินตะกอนแม่น้ำ ยามที่ฉันท้อ ฉันจะนึกถึงบ้าน นึกถึงเมืองของเรา จินตนาการถึงความเปลี่ยนแปลงของเมือง นึกถึงความสุขที่ฉันจะรู้สึกหากฉันได้กลับไปที่นั่นอีกครั้ง เพราะฉันรู้ว่าเธอจะอยู่ที่นั่นเสมอ
ฉันเสียใจที่ในวันนี้ ฉันมิอาจให้คำมั่นกับเธอได้ ว่าเราจะแก่เฒ่าไปด้วยกันในเมืองของเราได้หรือไม่
หวังเต็มหัวใจ ว่าเธอจะให้อภัยในความขลาดเขลาของฉัน และฉันขอให้เธอก้าวต่อไป โดยอย่าให้เรื่องของฉันรั้งเธอไว้
จากเพื่อนของเธอ,
จางเหมี่ยนหัว

#1 By omega on 2009-03-01 16:58