อ่านตอนที่ 1 ได้ที่นี่

อ่านตอนที่ 2 ได้ที่นี่

-------------------------------

 

หนึ่งปีถัดมา หวังจื่อตันก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจากจางเหมี่ยนหัว ส่งมาจากลอส แองเจลลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา นาทีที่เขารับจดหมายมาและเห็นลายมือของเธอบนจ่าหน้าซอง ชั่วขณะเล็กๆ นั้นเขาตัวสั่นและใจหายวาบราวกับตกลงไปในบ่อน้ำอันมืดมิด กลิ่นบุปผาอันเคยคุ้นเกิดต้องจมูกขึ้นมาทันที เขารู้สึกประสมกันระหว่างโล่งอกและเจ็บแปลบ โล่งอกที่การรอคอยสิ้นสุด จดหมายจากเธอเป็นสิ่งที่เขาคาดหวังมาตลอด และเจ็บแปลบเหมือนโดนสะกิดแผลใจ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านหน้าบ้านของเธอ เขาหลีกเลี่ยงการทักทายพบเจอกับพ่อแม่ของเธอ เขาหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับเพื่อนสนิทของเธอ เขาเดินออกจากวงสนทนาทุกครั้งที่มีใครพูดเรื่องของเธอ เขาคิดว่าเขาทำใจได้แล้วด้วยการกระทำเยี่ยงนั้น หากแต่นั่นเป็นการถมมันลงใต้ผิวดินอย่างตื้นๆ เพื่อรอการถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกเท่านั้น เขาไม่ได้แกะจดหมายออกอ่านทันทีเนื่องจากกำลังช่วยงานพ่อ เขาเก็บจดหมายตั้งแต่แรกรับมาเสียบไว้ที่ขอบกางเกงใต้เสื้อเชิ้ต ขณะที่ทำงานตลอดวันเขาก็คอยจับว่าจดหมายยังอยู่ดี ต่อบ่ายคล้อยเขาจึงขี่จักรยานไปยังแม่น้ำ เขาต้องการที่เงียบๆ เพื่ออ่านจดหมายจากเธอ เขานั่งอ่านมันใต้ต้นไม้ใหญ่ริมแม่น้ำนั้นเอง

 

หวังจื่อตัน,

 

ฉันขอโทษ

 

ฉันไม่รู้จะเริ่มเรื่องทั้งหมดอย่างไร วันนั้นที่ริมแม่น้ำ ที่ฉันบอกกับเธอว่าฉันรักเมืองของเราและไม่อยากจากไป ฉันพูดจริง ฉันมิได้ปดเธอในข้อนั้น หากแต่ครั้งนั้นฉันยังเยาว์เกินกว่าจะรู้ว่าใจคอคนเราจะเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วราวเมฆฝนหน้าแล้ง เพียงข้อเสนอจากญาติในวันหนึ่งถึงอนาคตในแดนไกล ฉันก็สามารถเปลี่ยนใจได้เพียงชั่วข้ามคืน ฉันตกใจกับคำตอบที่ตัวเองมีให้เช่นกัน ความคิดที่ว่าการตัดสินใจครั้งนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิดยังคงวนเวียนมารบกวนจิตใจฉันอยู่บ้างยามฉันอยู่กับตัวเองเพียงลำพัง แต่ก็น้อยลงทุกที ฉันพยายามนึกทบทวนว่าฉันใช้อารมณ์หรือใช้เหตุผลมากกว่ากันในการตัดสินใจวันนั้น แต่ไม่ว่าคำตอบจะคืออะไร วันนี้ฉันก็มิอาจย้อนเวลากลับไปได้เสียแล้ว

 

ฉันขลาดเกินกว่าจะบอกเธอก่อนฉันจะจากมา โปรดเชื่อฉันเถิดว่าฉันอยากจะบอกเธอมากกว่าใคร แต่เหตุผลและความรู้สึกมากมายในอกฉันมันมิอาจกลั่นเกลาออกมาเป็นคำพูดให้เธอได้ แววตาร่าเริงของเธอที่เป็นประกายแจ่มใสยามมีความสุขเหมือนคลื่นน้ำในแม่น้ำยามต้องแดดบ่ายเช่นนั้น ฉันขลาดเกินกว่าจะทนเห็นมันหายไปหากฉันบอกเธอต่อหน้า

 

ฉันคิดจะเขียนจดหมายหาเธอตั้งแต่วันแรกที่ฉันมาถึงที่นี่ แต่ก็อีก ความขลาดเกาะกินใจและมือของฉันราวกับหิมะที่เย็นเยียบจนฉันมิอาจจรดปากกาเขียนจดหมายได้ ยิ่งนานวันผ่าน ความขลาดเปลี่ยนกลายเป็นความรู้สึกผิดและละอาย  เมื่อคิดได้ว่าเธอจะรู้สึกแย่เพียงไรและฉันช่างเห็นแก่ตัวเพียงไร เธอต้องการคำอธิบายเพื่อปลดปล่อยเธอจากความมืดดำทั้งปวงที่ถ่วงรั้งเธอไว้ ฉันต้องเขียนจดหมายถึงเธอ ฉันรู้ มันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้เธอใช้ชีวิตด้วยแววตาแม่น้ำยามบ่ายได้ต่อไป

 

ฉันหวังว่าเธอคงสบายดี ชีวิตที่นี่ของฉันแม้ไม่ได้สุขสบายนัก แต่ฉันก็ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายและเติบโตขึ้นมาก เมล็ดพันธุ์แห่งความหวังถึงอนาคตที่ดีค่อยๆ โตขึ้นช้าๆ เหมือนต้นถั่วที่ปลูกด้วยดินตะกอนแม่น้ำ ยามที่ฉันท้อ ฉันจะนึกถึงบ้าน นึกถึงเมืองของเรา จินตนาการถึงความเปลี่ยนแปลงของเมือง นึกถึงความสุขที่ฉันจะรู้สึกหากฉันได้กลับไปที่นั่นอีกครั้ง เพราะฉันรู้ว่าเธอจะอยู่ที่นั่นเสมอ

 

ฉันเสียใจที่ในวันนี้ ฉันมิอาจให้คำมั่นกับเธอได้ ว่าเราจะแก่เฒ่าไปด้วยกันในเมืองของเราได้หรือไม่

 

หวังเต็มหัวใจ ว่าเธอจะให้อภัยในความขลาดเขลาของฉัน และฉันขอให้เธอก้าวต่อไป โดยอย่าให้เรื่องของฉันรั้งเธอไว้

 

จากเพื่อนของเธอ,

จางเหมี่ยนหัว

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่า....จบแล้วเหรอคับ จบแบบนี้ปวดใจอะพี่ ยังไม่ทันฟังฝั่งพระเอกเลยว่าจะมีท่าทีอย่างไร เฮ้อ นี่ละน้า ฟากฮัก เหอๆ

#1 By omega on 2009-03-01 16:58

เป็นบทสรุปที่ดราม่าติกส์มาก
สำหรับการที่อานตอน 2 แล้วเจอตอนจบแบบนี้รู้สึกอุ่นๆแบบแปลกๆพูดไม่ถูกเหมือนกันฮะ

แต่มันอธิบายยากจริงๆ
ทำให้รู้เลยว่าภาษาที่พี่ใช้มันสวยเหลือเกิน
กับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น

:D

#2 By patz'h on 2009-03-02 01:13

จะรออ่านภาค 2 ต่อนะครับ (จะมีต่อไหมเนี่ย 555)

#3 By ฟ้าดิน (114.128.176.163) on 2009-03-02 01:44

รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

เพราะอย่างน้อยๆ เธอก็ยังไม่ลืม

ถือว่า Happy Ending ครับสำหรับผม

#4 By Seam - C on 2009-03-02 12:15

ติดไว้นะครับ
ช่วงนี้ไม่อ่านบล็อก

เพราะต้องทำงาน(อ่าน)ครับผม
แวะมาบอกว่า Tag คุณนะครับที่
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=amp-atom&month=03-2009&date=02&group=8&gblog=17

#6 By คนขับช้า on 2009-03-02 21:38

ตามอ่านครบแล้วครับ

มีแบบนี้อีกมั้ย

#7 By aloneagain (124.120.28.57) on 2009-03-03 00:23

ขอประท้วงให้เขียนต่อ
คุณเอกออมมือรึเปล่า
เรี่องราวของสองคนยังมีต่อในหัวใช่ม่ะ
เขียนต่อให้อ่านหน่อยสิค่ะ

แต่แบบว่า
ขอแบบเจ็บๆหน่อยนะ
อิอิอิ
question question question

#8 By อุบล (125.24.164.79) on 2009-03-03 21:04

ขอบคุณทุกคอมเมนต์นะครับ

ผมซาบซึ้งกับทุกท่านที่ได้สละเวลาอ่านทั้งสามตอน ไม่ว่าคุณจะทิ้งคอมเมนต์ไว้หรือไม่ก็ตามครับ

#9 By eak early : เอกเช้า on 2009-03-03 22:13

ท่าทาง เหมือนจะมีอีกนะเนี่ยะ

ไม่รู้สึกว่านางเอกใจร้ายนะ
เรื่องบางเรื่อง มันป็นเงื่อนไขของชีวิตแต่ละคน

เอ๊ธ มีเราคนเดียวที่ไม่เศร้าหรือเปล่าหว่า

ชีวิตจริงเศร้ากว่านี้ 55

#10 By (58.9.190.197) on 2009-03-04 10:21

คุณเอกจะจบยังงี้จริงๆเหรอครับ ไม่เอาน่า ต่ออีกหน่อยเถอะ...

#11 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2009-03-04 12:50

คห.10 พี่เองนะเอก

#12 By grappa (58.9.217.116) on 2009-03-06 16:41

^
^
ทราบครับ เพราะแนวคิดที่ว่า มันเป็นเงื่อนไขของชีวิตแต่ละคนเนี่ย ผมจำได้ว่าเราเคยคุยเคยเมนต์กันมาก่อนในหัวข้ออื่น และคำว่า เอ๊ธ เป็นสไตล์การพิมพ์ผิดแบบแป๊ดๆ ที่ผมไม่สามารถอธิบายได้แต่รู้ว่าเป็นพี่ครับ big smile

#13 By eak early : เอกเช้า on 2009-03-06 17:25

ส่งช่อการะเกดด่วนครับ

รวมถึงงานก่อนหน้านี้ด้วยครับ

อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยย
ชอบมากๆๆๆๆ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#15 By oHMu Cze#46 on 2009-08-11 19:52