ครุ่นคิดในเมืองเย็น
posted on 02 Mar 2009 22:28 by eakearly in Books
"เมืองเย็น" เป็นหนึ่งในหนังสือประเภทที่ทำให้ผมได้ตระหนักถึงพลังแห่งตัวอักษรอีกครั้ง
หนึ่งในประเภทหนังสือที่ผมชื่นชอบ คือหนังสือที่มีคำน้อยๆ หากแต่ชวนให้ขบคิดได้นาน อ่านแล้วต้องหยุดคิดระหว่างบรรทัด บางครั้งคิดไปยิ้มไป หรือตบเข่าฉาดด้วยทึ่งในความสามารถของผู้เขียน บางครั้งคิดไปขมวดคิ้วไป ด้วยข้อเขียนนั้นยากเกินเข้าใจ ขบวนรถไฟแห่งความคิดแล่นวนไปมาในสมอง และอีกหลายๆ ครั้ง ก็ได้แต่หยุดคิดไปเสียดื้อๆ ก้มหน้าอ่านต่อดีกว่า หรือแปลว่าไม่รู้เรื่องนั่นเอง
และหนังสือเล่มนี้ก็มีทุกแบบที่ว่ามานั่น
อีกสิ่งที่แปลกใหม่ใน "เมืองเย็น" ก็คือการจัดวางเนื้อความในแต่ละบทตอนตามโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่เป็นธีมในแต่ละบท อันเป็นการผสมผสานกันระหว่างวรรณกรรมกับสถาปัตยกรรมอย่างน่าตื่นตา ทราบมาว่าเป็นการดัดแปลงมาจากวิทยานิพนธ์ปริญญาตรีด้านสถาปัตยกรรมของผู้เขียน เช่น บทที่มีชื่อว่า "บันได" ก็มีการจัดวางเนื้อความเป็นรูปบันได หรือบทที่ชื่อว่า "น้ำพุ" ก็มีการจัดวางเนื้อความเป็นรูปน้ำพุ นอกจากนี้ยังมีบทที่มีชื่ออย่าง ที่ว่าง, บอนไซ หรือ สะพาน
"สะพาน
คือสถานที่
ใช้เชื่อมโยงที่ว่าง
ย่อมต้องผ่านดินแดน
ทั้งสองฟาก
เด็กคนหนึ่งบอกผมว่า
สะพาน
คือสิ่งที่พื้นดินใต้เท้าคุณ
เกิดแยกออกจากกัน
และคุณสร้างบางสิ่ง
เชื่อมรอยแยก"
ส่วนหนึ่งจากบท "สะพาน"
หากรวมเนื้อความตัวหนังสือทั้งหมดของหนังสือเล่มนี้ อาจอ่านจบได้ในเวลาแค่ 1-2 ชั่วโมง หากแต่ผมแบ่งอ่านแบบละเลียดถึง 3 วัน รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่อย่างที่บอก ผมสนุกกับการอ่านไปคิดไป
"สถาปัตยกรรมนั้นมีชีวิตของมันเอง มันอาจจะเป็นสิ่งแปลกประหลาดสิ่งเดียวในโลกนี้ ที่เมื่อได้สำเร็จเสร็จสิ้นจากมือสถาปนิกผู้สร้างแล้ว มันจะเริ่มดำเนินชีวิตของมันทันที" บางส่วนจากคำนำฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2
หากมีโอกาส ขอเชิญชวนเข้าไปครุ่นคิดในเมืองเย็นเมืองนี้กันครับ
------------------------------------------------------------------------------------------------
"เมืองเย็น"
โดย อนุสรณ์ ติปยานนท์ (ผู้เขียน ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ, เคหวัตถุ, 8 1/2 ริคเตอร์, H2O ปรากฏการณ์แตกตัวของน้ำบนแผ่นกระดาษ)
พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2534, พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2546 ภาษาไทยและอังกฤษในเล่มเดียวกัน ภาพประกอบข้างบนเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2
ป.ล. ขอขอบพระคุณคุณพี่ grappa สำหรับหนังสือเล่มนี้ครับ
แต่ก็จะลองหาดูครับ
งานหนังสือมันจะหลุดรอดมาให้ได้หยิบจับกันมั้ยอะฮะ
ดูจากปีที่พิมพ์แล้วน่าจะเป้นขอหายากอยู่
ป.ล.
เข็มตีสิบคือปริม ไม่ใช่ทาทาหรือพี่
เพราะถ้าจำไม่ผิดเข็มตีสิบจะเล่นกุมภาพันธ์
เอ๊ะ! หรือว่ามีนัยยะอะไรแฝงหรือเปล่า
#1 By patz'h on 2009-03-07 00:26