วงออร์เคสตร้าที่ไดโกะ (Masahiro Motoki) เป็นนักเชลโล่อยู่ถูกยุบเนื่องจากผู้ชมน้อยเสียจนไม่อาจอยู่ได้ เชลโล่ราคาสิบแปดล้านเยนคือทั้งหมดที่เขาได้ทุ่มไปสุดตัว ถึงแม้เขาจะเล่นเชลโล่มาตั้งแต่สมัยอนุบาล แต่เขาก็ว่าฝีมือระดับตนไม่มีวงให้ย้ายไปอยู่ได้อีก วงที่เพิ่งถูกยุบไปนี้คือวงระดับที่ดีที่สุดแล้วที่เขาสามารถมาถึง "ผมน่าจะตระหนักในระดับพรสวรรค์ของตัวเองให้เร็วกว่านี้" เขาบอกกับภรรยา (Ryoko Hirosue) ก่อนจะพากันขายเชลโล่และจากโตเกียวกลับไปอยู่บ้านของพ่อแม่เขาในต่างจังหวัด

แม่ของไดโกะเสียชีวิตไปตั้งแต่สองปีก่อน ในช่วงที่เขาไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นเพื่อร่วมพิธี ส่วนพ่อของเขาก็หนีไปกับสาวเสิร์ฟร้านกาแฟตั้งแต่ที่เขาอายุได้เพียงหกขวบ ไดโกะจำหน้าพ่อไม่ได้อีกแล้ว มีเพียงก้อนหินที่พ่อให้กับเชลโล่สำหรับเด็กที่เขาเคยเล่นและซ้อมที่ชวนให้คิดถึงพ่อได้บ้าง แต่ความชิงชังที่เขามีต่อพ่อที่ทอดทิ้งเขาและแม่ไปยังคงค้างคาอยู่ในจิตใจตลอดเวลา

ไดโกะไปสมัครงานงานหนึ่งไว้ ที่ซึ่งเจ้าของกิจการรับเขาเข้าทำงานโดยทันทีด้วยเงินเดือนสูงลิ่ว ก่อนที่เขาจะพบในเวลาต่อมาว่า สองมือที่เคยเล่นแต่เชลโล่หาเลี้ยงชีพมาโดยตลอด ต้องเปลี่ยนมาจับต้องคนตายในฐานะอาชีพ "คนประกอบพิธีศพ"

หนังมาในโทนดราม่าที่มีประเด็นบอกเล่าหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการก้าวข้ามพ้นวัยของพระเอก เงื่อนไขในชีวิตที่ทำให้ไม่อาจจะทำสิ่งที่ตัวเองรักหากแต่ต้องยอมประนีประนอมกับทางเลือกที่เหมือนไม่มีให้เลือกมาก การมองอาชีพคนทำศพด้วยสายตาเหมารวมแบบรังเกียจของคนนอก (ซึ่งรวมถึงภรรยาของไดโกะด้วย) การเปิดใจยอมรับและทำความเข้าใจกันและกัน การแก้ไขอดีตและการให้อภัย ตลอดจนอารมณ์หวนไห้อดีตในเมืองชนบท แม้ทั้งหมดนั่นอาจไม่ใช่ของใหม่ แต่เมื่อรวมกันเข้ากับส่วนประกอบหลักแปลกใหม่อย่างอาชีพประกอบพิธีศพ ผลที่ได้ก็คือหนังดราม่ากินใจที่น่าจะเป็นที่จดจำโดดเด่นออกมาจากหนังดราม่าจากประเทศญี่ปุ่นในแนวๆ เดียวกัน

ฉากประกอบพิธีศพทั้งหลายถูกถ่ายทอดออกมาอย่างน่าประทับใจ เป็นพิธีกรรมที่ให้เกียรติผู้ตายอย่างเคารพเป็นที่สุดและงดงาม แค่ฉากเปิดเรื่องก็สามารถตรึงให้ติดเก้าอี้ได้ด้วยความ exotic และท่วงท่าที่ออกแบบมาอย่างงดงามราวกับเป็นนาฏศิลป์ชนิดหนึ่ง (ดูว่าเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าศพกันอย่างไรก็โอ้โหแล้ว มันช่าง "ญี่ปุ่น" จริงๆ)

สิ่งที่ผมพอใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ อารมณ์ดราม่าที่อยู่ในขอบเขตที่พอจะยอมรับได้และสมเหตุสมผล ไม่มีการเร้าอารมณ์แบบญี่ปู๊น ญี่ปุ่นรุนแรงไร้ที่มาที่ไป (อย่างเช่นว่า เด็กๆ ในแผนกผู้ป่วยหนักยี่สิบสามสิบคนวิ่งออกมายืนร้องเพลงให้กำลังใจพระเอกผู้สิ้นหวัง หรืออะไรทำนองนั้น) บางคนเปรียบเทียบโทนหนังเรื่องนี้กับ The Village Album ซึ่งผมก็เห็นด้วย แต่รู้สึกว่า The Village Album จงใจเร้าอารมณ์กว่ามาก และหากคุณชอบหนังเรื่องนั้นก็จะชอบเรื่องนี้ด้วยได้ไม่ยาก

ภาพสวย ดนตรีเพราะ เนื้อเรื่องประทับใจ แนะนำให้ชมครับ 

-------------------------------------------------------------

Departures (Okuribito), 2008

Directed by Yojiro Takita

Cast: Masahiro Motoki, Tsutomu Yamazaki, Ryoko Hirosue

Departures เป็นที่ฮือฮาหลังจากสามารถคว้า 10 รางวัลตุ๊กตาทองญี่ปุ่นมาได้ (จากการเข้าชิง 13 รางวัล) ก่อนจะไปไกลกว่านั้นด้วยการเป็นม้ามืดคว้าออสการ์ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมตอกย้ำความแรงเข้าไปอีกขั้น

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เป็นหนังที่น่าสนใจมากทีเดียว เดี๋ยวว่างๆจะลองหามาดูมั่งนะคะbig smile
แค่อ่านยังเศร้าเลย ถ้าดูนี่มีหวังกรีดข้อมือ ฮ่าๆๆๆๆ เมื่อถึงเวลาที่ต้องประนีประนอมยอมรับความจริงนี่ น่ากล้วนะ
ป.ล.เชลโล่สิบแปดล้านเยน

#2 By omega on 2009-05-17 22:22

น่าสนใจค่ะ

ดูงดงาม และ ลึกซึ้ง



surprised smile surprised smile

#3 By [[ FunGi ]] on 2009-05-17 22:34

โอ้ น่าดูมากเอก
แท้งกิ้วเน้อที่แนะนำหนังญี่ปุ่นดีๆ ให้ดู

Change นี่ดูจบแล้ว
ร้องไห้ตอนแรกและตอนสุดท้าย

#4 By grappa (58.9.188.183) on 2009-05-17 23:51

ถ้าเร้าไม่แรงเท่า The Village Album ค่อยน่าไว้ใจหน่อย 55+
(หนังญี่ปุ่นมันชอบมีฉากประเภทที่พี่ว่ามาจริงๆนะ 55555 เอะอะก็บิวต์ระเนระนาด ไม่ให้ตัวละครทำอะไรอี๋ๆ ก็ต้องประโคมเพลงอย่างสาหัส สุนทรพจน์ยืดยาว)

#5 By nanoguy on 2009-05-18 03:10

โห.....น่าดูมากๆ ต้องหามาดูให้ได้
ขอบคุณที่เอามาเล่ากันนะครับ

#6 By Dome on 2009-05-18 03:14

เอาอีกแล้วครับพี่ ขอผ่านก่อนครับ แผ่นอยู่ในมือละ จะรีบดูแล้วมาอ่านนะครับ big smile

#7 By Seam - C on 2009-05-18 09:40

อ่านเจอจาก Happening(รึเปล่าหว่า?)เกี่ยวกับปรากฏการณ์ของหนังเรื่องนี้ที่ญี่ปุ่น ตอนนี้เฝ้ารอแผ่นอย่างเดียว (แต่ The Village Album ที่ซื้อไว้ตั้งนานแล้วก็ยังไม่ได้ดูเลย)

วันๆทำอะไรนักหนาวะเรา... sad smile

#8 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2009-05-18 12:49

tradition ของญี่ปุ่นเห็นแล้วก็ตื่นตาตื่นใจ เห็นด้วยว่าท่วงท่าในช่วงทำพิธีนั้นสอดประสานและงดงามแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่น

เป็นหนังที่เราดูจบแล้วก็...เฉยๆ นะ
หรือไม่ค่อยอินกับแนวนี้ก็ไม่รู้

#9 By renton (125.26.122.217) on 2009-05-18 13:21

เนื้อเรื่องคล้ายๆ กัน....
"เรื่องราวชีวิตของ ชาติ อดีตพระเอกลิเกยอดนิยมที่ถึงคราวตกอับ เมียนางเอกลิเกที่เล่นอยู่ด้วยกันหนีไปกับชู้ ทิ้งลูกชายไว้ ๒ คน คือ ตะโพนและ ระนาด ชาติประชดชีวิตด้วยการลาออกจากคณะลิเกชัยพรศรศิลป์ ซ้ำออกคำสั่งห้ามลูกทั้งสองไปยุ่งเกี่ยวกับลิเกเด็ดขาด ชาติหันไปเลี้ยงชีพด้วยการถีบสามล้อ และดื่มสุราอย่างหนัก ด้วยค่าตอบแทนเพียงน้อยนิดจากการถีบสามล้อจึงไม่พอที่จะส่งตะโพนลูกชายที่ เป็นความหวังทั้งหมดของชาติให้ได้เรียนสูงๆ ชาติจึงนำไปฝากเลี้ยงไว้กับ หลวงลุง ส่วนระนาดลูกคนเล็กใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับพวก ลิเกคณะชัยพร มีเพื่อนสนิทคือ ทับทิม ลูกสาวของชัยพร รวมทั้งการได้เห็นพ่อและแม่เล่นลิเกมาตั้งแต่ยังเด็ก ลิเกจึงค่อยๆ ฝังรากอยู่ในตัวของระนาดโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว... ฯลฯ"

#10 By (203.157.72.219) on 2009-05-18 16:30

พี่กำลังรอการเข้าฉายของหนังเรื่องนี้ (รวมทั้ง Gomorrah) ที่เฮาส์อย่างใจจดใจจ่ออ่ะครับ เลยไม่กล้าอ่านรายละเอียดมากนัก เด๋วไว้ถ้าได้ดูแล้ว คงขอกลับมาอ่านแบบละเอียดอีกรอบนะครับผม sad smile

#11 By บลูยอชท์ (125.25.38.4) on 2009-05-18 23:45

ผมพึ่งได้แผ่นมาวันนี้เองฮะพี่ (และผมก็หายตัวไปนานมากจนหลายๆคนลืมไปแล้วว่ายังมีชีวิตอยู่)

กะว่าจะรีบดู แต่ตอนนี้ขอดู SU-KI-DA ก่อนมันอยู่ในเคืร่องนานมากแล้วแต่ยังดูไม่จบซักที เพราะว่าจะดูทีไรชิงหลับก่อนตลอด

แล้วเจอกันอะพี่เอก

:D

#12 By patz'h on 2009-05-19 01:18

หนังดูมีมิติและมีอะไรให้น่าค้นหาดีนะครับ ^__^

#13 By noomnoi on 2009-05-20 09:32

เร็วนะยะ

#14 By merveillesxx (58.8.120.35) on 2009-05-21 03:40

อยากดูๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เลยยังไม่อ่าน เห็นตัวอย่างหนังแล้วชอบ

#15 By zoxmok on 2009-05-22 07:46

ผมรู้สึกขัดใจก็ตรงฉากพระเอกนั่งสีเชลโลกลางทุ่งครับ
ดูเลี่ยนๆ ไปหน่อย

#16 By aloneagain (124.120.27.172) on 2009-05-22 18:33

^
^
นั่นสิครับ ฉากนี้มายังไงก็ไม่รู้ แม้จะสวยก็เหอะ 555

#17 By eak early : เอกเช้า on 2009-05-22 20:14

ตอนแรกเห็นจะเข้าเหมือนกันครับ แต่เจอโรคเลื่อนซะล่ะ -*-

ผมก็กลัวอยู่เหมือนกันว่ามันจะเมโลดราม้าเมโลดราม่าเกินไปไหม แต่จากที่เล่าแล้วก็ไม่อะไรขนาดนั้น (เห็นหลายคนอ้างถึง The Village Album ชกอยากดูความบิ้วส์ของมันแล้วสิ 55+)

#18 By BdMd (124.120.66.48) on 2009-05-24 18:56

+ เมื่อก่อนบล็อกพี่จะมีเอนทรีเนื้อหาประมาณที่เขียนนั่นเยอะเหมือนกัน กระจายอยู่ในหลายๆ กรุ๊ปอ่ะครับ แต่พักหลังกลัวผู้คนที่เข้ามาอ่านจะสมองบวม แล้วพาลเลิกอ่านกันหมด ก็เลยผลิตออกมาน้อยลงหน่อย นานๆ เขียนสักชิ้นนึงก็พอ แฮ่ๆ sad smile

#19 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2009-05-26 09:44

แหะๆ ช่วงนี้ยุ่งๆ ยังไม่มีเวลาอัพบล็อคเลย sad smile

แต่ก็ขอบคุณที่เข้าไปกดดันนะครับ open-mounthed smile

#20 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2009-05-26 14:13

สมแก่ออสการ์จริงๆ เพราะหลายประเด็นน่าคิดมากมาย และประทับใจกับความเป็นญี่ปุ่น (ที่ชาติไหนก็เลียนแบบไม่ได้) sad smile

#21 By Ghoeby (117.47.101.35) on 2009-05-26 17:41

ยังไม่ได้ดูเลยอ่ะพี่เอก วันนี้นึกไงไม่รู้เข้ามาดูบล็อกพี่

ปกติพี่ต้องไปตาม

จุดธูปเรียกรึป่าวเนี่ย

ป.ล. ขอบคุณนะคะสำหรับ stand by me ชอบๆconfused smile

#22 By เจี๊ยบ (125.25.171.238) on 2009-05-27 01:10

เอาเว้ย
คุณเอกแนะนำขนาดนี้ ต้องไปชม เข้าที่ House วันที่ ๔ มิ.ย.
เรื่อง The Village Album ได้ดูในโรงด้วยแหละ เต็มตาดีกับภาพสวยๆ ครั้งนั้นดูกับภรรยา
ครั้งนี้จะชวนเธอไปดูด้วยดีไหม จะดรามามากไปไหมน้อ คุณเอกแนะนำหน่อยสิครับ

เรื่อง The Village Album เขียนถึงไว้ที่
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=amp-atom&month=11-2006&date=27&group=2&gblog=1
ลองไปอ่านดูนะ

#23 By คนขับช้า on 2009-05-30 15:26

จำวันผิด เข้า ๑๘ มิ.ย.
ว่าแต่ไปดูมาจากไหน มีแผ่นหรือเปล่า แต่ดูในโรงน่าจะดีเนอะ
a day คืนวันไหนดี?

#24 By คนขับช้า on 2009-05-30 15:29

+ แวะเข้ามาขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับผม ... ว่าแต่หน้านี้ พี่ว่าเริ่มได้กลิ่นตึๆ แล้วนะนี่ หุๆ open-mounthed smile

#25 By บลูยอชท์ (125.25.34.58) on 2009-05-31 00:41

เราตั้งใจจะดูหนังเรื่องนี้มากๆ
หลังจากที่งานมากมายพรากเวลาเราให้พลาดไปหลายเรื่อง

มีน้ำตาเล็ดน้ำตาไหลอีกแน่ๆ

สวัสดีวันอาทิตย์ที่เงียบเหงานะคะ

#26 By ตินกานต์ on 2009-05-31 11:27

หวังว่าเธอจะกลับมาทันเวลานะครับ

สำหรับไอดอลยุคผมอย่าง Ryoko Hirosue
ก็บอกแล้วว่าให้เขียนเรื่องหนัง

งวดต่อไปเอาอีกนะครับ

เพราะผมไม่ได้ซื้อหนังสือหนังเลย 55
กว่าจะไปดูเรื่องนี้เหมือนกัน กำลังรออยู่
เดี๋ยวก็เข้าฉายที่เฮาส์แล้ว
หรือเข้าแล้วหว่า(?)

#29 By atom on 2009-06-01 21:38

18 นี้ จะเข้าแล้ว
เพิ่งไปดู Gomorra มา
มึนเลย

#30 By คนขับช้า on 2009-06-07 18:47

ความเห็นส่วนตัวผมนะครับ

Departures [B+]

-ความรู้สึกคล้ายๆ ตอนดู The Village Album, Tokyo Towers ครับ ซึ่งถ้าใครที่ชอบแนวๆ นี้ก็น่าจะชอบหนังเรื่องนี้ แต่ผมเฉยๆ

-ผมคิดว่าหนังดี แต่ไม่น่าจะถึงขั้นได้ Best Pictures เอาชนะตัวเต็งอย่าง Waltz with Bashir, The Class ไปได้
เป็นอีกปีนึงที่คณะกรรมการใช้หัวใจในการตัดสินรางวัล (แต่ก็ยังดีกว่า The Counterfeiters ผู้ชนะปีที่แล้วที่ไม่รู้ว่าชนะมาได้ยังไง)

-โดยรวมๆ ตัวหนังทำได้ดี อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ทั้งการกำกับ การแสดง บทภาพยนตร์ ดนตรีประกอบ หนังดูกลมกลืน ลงตัว แต่ยังไม่มีอะไรที่โดดเด้งจนถึงขั้นต้องปรบมือให้หลังหนังจบ

-เนื้อเรื่องน่าสนใจ ให้แนวคิดเรื่องความตาย กับการเลือกใช้ชีวิต หนังขมวดปมง่ายๆ แต่ดี

-นางเอก เรียวโกะ ฮิโรสุเอะ น่ารักมากๆ เสียแต่แอ๊บแบ๊วไปหน่อย

-ชอบฉากกินไข่ปลา “น่าเศร้านะที่มันอร่อย”

#31 By ฟ้าดิน (114.128.43.138) on 2009-06-09 04:50

ได้ดูมาแล้วครับ ก่อนอื่นเลยที่อยากบอกก็คือเหมือนได้เจอคนรักเก่าครับ (ที่ยังไม่ตายเหมือนเอ็นทรีหนึ่งของพี่ sad smile 555+) เรียวโกะนั้นแล

ผมชอบประเด็น "ชีวิตและความตาย" ในหนังครับ มันทำให้เราปลง เข้าใจและยอมรับในธรรมชาติข้อนี้ (ชอบฉากเดียวกันคุณฟ้าดินเลยครับ "ใช้ชีวิต ต่อชีวิต เพื่อให้มีชีวิต ซึ่งน่าเศร้าที่มันอร่อย...")

ดูท่าว่าญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับผู้ที่ล่วงลับอย่างมากเลยนะครับ แค่เห็นฉากแรกมาก็ทำเอาอึ้งเหมือนกันครับ ละเอียดอ่อนและงดงามจริงๆ (แต่มีแอบฮา [e4)

ยอมรับครับว่ามันง่ายมากที่หนังจะมีผลกระทบอย่างรุนแรงกับผม เหตุเพราะบางเหตุการณ์ในเรื่องสามารถลิ้งค์กับชีวิตผมได้ แต่ไม่รู้ด้วยสาเหตุอันใดผมถึงกลับไม่รู้สึกอินใดๆกับมันเลยครับ อาจเป็นเพราะวัฒนธรรมที่ต่างกันหรือไม่ผมก็อาจมองว่าในหนังยังให้ภาพและความรู้สึกสวยงามเกินไปกว่าในชีวิตจริงครับ

แต่ผมกลับชอบฉากผูกผ้าพันคอคุณป้ามากครับน้ำตาปริ่มเลย หนังภาพสวย เพลงประกอบเพราะ นางเอกงาม แต่ยังไม่ทำให้อิ่มและน่าจดจำเท่าไหร่ครับ

3.5/5

ปล. ผมยังงงอยู่เลยครับพี่ว่าได้ออสการืได้ไง? embarrassed 555+

ปลล. ใช้ความรู้สึกดูล้วนๆเลยครับพี่ โดยไม่มีความรู้ใดๆ sad smile

#32 By Seam - C on 2009-06-15 08:01

อยากดูก่อนจะอ่านบล็อกของคุณเอกเช้าแล้วเพราะรู้ว่าได้ออสการ์

ครั้นพอมาอ่านบล็อกนี้ ยิ่งอยากดูเข้าไปใหญ่

จะมีเวลาดูไหมละเนี่ย

เดี๋ยวจะลองชวน เอก คนขับช้า ดู ถ้าว่างตรงกัน ก็นับเป็นโชค อุ อุ ไม่อยากดูหนังกอดอกคนเดียว

#33 By yyswim (125.24.121.102) on 2009-07-01 23:28

ไปดูมาแล้วจ้า
ก็ดีนะ แต่ไม่พีคสุดๆ
ถ้าทำให้เสียน้ำตาจะเทคะแนนให้เลย แต่ไม่มีน้ำตาง่ะ

#34 By คนขับช้า on 2009-07-02 22:53