10 ซีรี่ส์ญี่ปุ่นสุดโปรด
posted on 06 Jun 2009 20:43 by eakearly in Filmsทำ Pick 5 หัวข้อ 10 ซีรี่ส์ญี่ปุ่นสุดโปรดเอาไว้ใน Facebook แต่ที่นั่นขยายความไม่ได้ จึงนำมาลงไว้ที่บล็อค พร้อมกับเรียงลำดับและเอา Power of Love เข้ามาแทน Love Generation ในโค้งสุดท้ายครับ
1. Over Time (ต่อเวลารัก)
เรื่องราวความรักความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวที่ละเอียดอ่อนสมจริงจนคุณได้แต่บอกกับตัวเองว่า ฉากนี้นี่มันมาจากชีวิตฉันนี่! การยิ้มทั้งน้ำตา การมีความสุขที่น่าใจหาย bittersweet เหล่านี้น่าจะเป็นคำอธิบายความรู้สึกขณะดูซีรี่ส์เรื่องนี้ได้ดี นี่ยังไม่นับรวมข้อคิดดีๆ ในการประคับประคองความสัมพันธ์บนความต่างของหญิง-ชายที่สามารถหยิบเอามาใช้กับความสัมพันธ์ของเราในชีวิตจริงได้เป็นอย่างดีอีกต่างหาก (ละครเรื่องนี้มีการจบที่ค่อนข้างหักมุมอยู่เหมือนกัน แบบที่คนดูได้แต่อึ้งว่าจบอย่างนี้จริงๆ หรือ แต่ผมกลับชอบตอนจบแบบนี้มากๆ)
ฉากจำ : โซจัง (ทาเคชิ โซริมาจิ ) โทรศัพท์จากตู้สาธารณะมาหานัตสึกิ (มากิโกะ เอซุมิ) ที่อยู่ที่บ้านในช่วงหัวค่ำหลังจากที่เขาเพิ่งถูกนาสึนะบอกเลิก บทสนทนายาวหลายหน้ากระดาษเต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพระหว่าหญิงชายที่มีความเป็นไปได้มากมายลอยอวลอยู่ในนั้น โซริมาจิ กับ เอซุมิเล่นได้เป็นธรรมชาติอย่างที่สุดในฉากนี้ คำพูด สีหน้า น้ำเสียง อารมณ์ ตลอดจนจังหวะในการพูดแต่ละประโยคที่มีการหยุดเป็นช่วงนานๆ เหมือนเวลาที่เราคุยโทรศัพท์กับเพื่อนสนิทนานจนไม่รู้จะคุยอะไรต่อ แต่ต่างคนต่างก็ยังไม่อยากวางสาย สมจริงจนเรารู้สึกได้ ว่านี่คือชีวิตของเรา, ฉากที่เผยให้เห็นภาพสุดท้ายในอัลบั้มรวมผลงานภาพถ่ายผู้คนจากข้างหลังของโซจัง ซึ่งเป็นภาพของนัตสึกิกำลังเดินโบกผ้าคลุมผมเจ้าสาว
2. Last Friends
อ่านที่นี่
ฉากจำ : ตอนจบของตอนที่ 1 ที่พระเอกเผยธาตุแท้ออกมาจนคนดูที่ไม่ได้รู้เนื้อเรื่องย่อมาก่อนถึงกับช็อคไปตามๆ กัน, ตอนก่อนอวสานที่นางเอกตื่นขึ้นแล้วพบพระเอกนอนกอดชุดแต่งงาน ความรู้สึกของคนดูที่มีต่อพระเอกมาตลอดทั้งเรื่อง เปลี่ยนไปเพียงชั่วฉากเดียวราวกับถูกฉุดลงไปในห้วงเหวลึกแล้วโผล่พ้นขึ้นมาเห็นแสงสว่างอย่างรวดเร็ว
3. Those Were the Days (อดีตฝันวันวาน)

หนุ่มสาวมัธยมปลาย การค้นหาตัวตนและไล่ตามความฝัน ความรักและมิตรภาพ ก่อนจะจบการศึกษาและแยกย้ายจากกันไป เป็นเรื่องราวชีวิตม.ปลายที่ครบถ้วนลงตัวที่สุดเรื่องหนึ่ง
ฉากจำ : แน่นอนที่สุด ประเพณีลอยผ้าขาวที่เด็กผู้หญิงจะเอาผ้าพันคอชุดนักเรียนและเด็กผู้ชายจะเอาสายคาดหมวกมาผูกต่อกันยาวไปเรื่อยๆ และค่อยๆ ปล่อยลอยลงไปตามแม่น้ำ ในพิธีอำลาการศึกษา
4. The Sun Shines Forever (ตะวันไม่ลับฟ้า)
คุณแม่เจ้าของร้านขนมเสียชีวิตลงเพราะทำงานหนัก ลูกชายวัยรุ่นไม่เอาถ่านต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในชั่วข้ามคืน แต่การตายของแม่มาจากการทำงานหนักจริงหรือ เบื้องหลังดำมืดรอคอยการคลี่คลาย ลูกชายต้องก้มหัวขอให้ทนายสาวมือใหม่มาสืบคดีให้แม่ เพื่อชดใช้ความรู้สึกผิดที่มีต่อแม่เมื่อสมัยแม่ยังมีชีวิตอยู่ เด็กหนุ่มอุทิศทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและท้าทายอำนาจซึ่งใหญ่กว่าตัว เจ็บปวดเหลือเกินที่ไม่ว่าทำไปมากเท่าไรหรือเจอทางตันกี่ครั้ง ความจริงที่ว่าแม่ของเขาก็ไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีกแล้วก็คอยตะโกนก้องอยู่ในห้วงคิดของเขาอยู่ร่ำไป นี่คือละครที่ทำให้ผมร้องไห้หนักที่สุดในชีวิตมากกว่าหนังหรือละครเรื่องใดๆ
ฉากจำ : ตอนที่ 1 เรื่องเปิดให้เห็นว่า ฮิเดอากิ ทากิซาว่า รำคาญแม่ตนเองเพียงไร ก้มหัวขอโทษครูแทนลูกชายทั้งๆ ที่เขาเชื่อว่าเขาไม่ผิด ทาเล็บสีเห่ยๆ ทำตัวเปิ่นๆ เชยๆ ยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอเกินพอดี เอาขาขึ้นมาพาดบนเบาะรถไฟฝั่งตรงข้ามที่ไม่มีคนนั่งจนเขาต้องหนีไปนั่งห่างๆ ฯลฯ (เชื่อว่าผู้ชายที่ได้ดูคงนึกออกว่าสมัยย่างเข้าวัยรุ่นเราก็มักจะมีช่วงหนึ่งที่รู้สึกกับแม่ตัวเองคล้ายๆ อย่างนี้แทบทุกคน) ทันใดนั้นเอง ภาพบนจอก็ดับมืดลง พร้อมกับเสียง voice over ของพระเอก "แล้วหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น.. แม่ของผมก็เสียชีวิตลง"
5. Change (นายกมือใหม่ หัวใจประชาชน)
อ่านที่นี่
ฉากจำ : หลังจากที่ความฝันและศรัทธาทางการเมืองของนางเอก (เอริ ฟุคะทสึ) ถูกทำลายลงอย่างรุนแรง เธอเดินกลับไปหาท่านนายกอาซาคุระ (ทาคุยะ คิมุระ) ที่ห้อง ก้าวเท้าเข้าไปหาเขาช้าๆ และซบหน้าลงกับไหล่ของเขา ร้องไห้จนตัวโยน, ทุกฉากที่อาซาคุระขึ้นปราศรัย, ฉากลองเทคอาซาคุระออกแถลงการณ์ยาว 23 นาทีในตอนอวสาน
6. Pure (ความรักสีขาว)
หญิงสาวใสซื่อที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาค่อยๆ รู้จักความรักจากความสัมพันธ์กับชายหนุ่ม เธอถ่ายทอดความรักที่เธอรู้จักผ่านงานประติมากรรมที่ราวกับพระเจ้าให้มาเป็นพรสวรรค์ทดแทนสิ่งที่เธอขาดไป และหากไม่ได้รู้จักความสูญเสียด้วยในท้ายที่สุด จะเรียกได้อย่างไรว่าเธอได้เรียนรู้ความรักจนครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
ฉากจำ : หลังจากสงสัยมานานว่านางเอกปั้นงานประติมากรรมปีกนกสีขาวอย่างไม่รู้หยุดหย่อนชิ้นแล้วชิ้นเล่าไปเพื่ออะไร ในที่สุดผู้ชมก็ได้ตื่นตะลึงเมื่อละครเผยให้เห็นปีกนกสีขาวนับร้อยนับพันวางอยู่ในลานกว้างสุดลูกหูลูกตา, เมื่อนักข่าวถามเธอในงานแถลงข่าว ว่างานประติมากรรมรูปปีกนกสีขาวชิ้นใหญ่และงดงามของเธอมีชื่อผลงานว่าอะไร เธอเงียบไปนานมากจนใครๆ ต่างเป็นกังวล ก่อนตอบออกไป "มันมีชื่อว่า.. ความรักค่ะ"
7. To the One I Love (แด่เธอด้วยดวงใจ)
หลังจากที่เราได้เห็นซีรี่ส์ญี่ปุ่นที่กำหนดให้ตัวละครหลักพบชะตากรรมจากโรคร้ายแปลกประหลาดมานับไม่ถ้วนจนเฝือ ซีรี่ส์เรื่องนี้กลับใช้องค์ประกอบแสนเชยดังกล่าวได้อย่างลงตัวที่สุดในยุคหลังๆ ช่างภาพหนุ่ม (นาโอฮิโตะ ฟูจิกิ - คุณหมอหนุ่มจาก One Litre of Tears) ที่เพิ่งสูญเสียน้องชายไปได้พัฒนาความสัมพันธ์กับกุมารแพทย์สาวมือใหม่ที่เป็นเพื่อนของน้องชาย พร้อมๆ กับที่ต้องรับมือกับดวงตาที่เริ่มบอดลงเรื่อยๆ จากโรคร้าย ตัวละครแม่ของพระเอกต้องเจ็บปวดกับความจริงที่ว่าลูกชายคนเล็กอนาคตไกลเพิ่งตายจากไป แล้วลูกชายคนโตกำลังจะมาตาบอดอีก ผู้ชมอีกจำนวนมากรักตัวละครพ่อผู้เสียสละของนางเอก และเมืองนางาซากิในเรื่องนี้ก็ถูกถ่ายทอดออกมาได้เรียบง่ายแต่งดงามจับใจ
ฉากจำ : ตอนที่ 1 ทั้งตอนตรึงคนดูได้อยู่หมัดด้วยองค์ประกอบที่แสนลงตัวจากการเริ่มเรื่องกลุ่มหนุ่มสาวเดินทางจากโตเกียวไปนางาซากิเพื่อไปร่วมงานศพของเพื่อน อารมณ์หวนไห้อดีตของมิตรภาพระหว่างเพื่อนที่กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากเรียนจบแยกย้ายกันไปทำงาน การเดินทางครั้งนี้ทำให้นางเอกได้พบกับพระเอกที่เป็นพี่ชายของผู้ตาย บรรยากาศเทศกาลลอยโคมในแม่น้ำประจำเมือง แม่ผู้สูญเสีย และความซาบซึ้งระหว่างพี่น้อง, ฉากภาพสุดท้ายที่พระเอกได้เห็นก่อนที่ตาของเขาจะมืดบอดลงตลอดกาล
8. One Litre of Tears (บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร)
จากชีวิตจริงของอายะ (เอริกะ ซาวาจิริ) เด็กสาววัย 15 ปีที่ป่วยเป็นโรคร้ายทางสมองที่ทำให้เธอค่อยๆ สูญเสียการควบคุมของร่างกายไปทีละส่วน ซีรี่ส์เรื่องนี้รู้ดีว่ากำลังเล่าเรื่องอะไรจึงตั้งใจเดินหน้าไปในทางเศร้าอย่างไม่ปราณีปราศรัย รายละเอียดของโรคถูกนำเสนออย่างละเอียดควบคู่ไปกับสภาพจิตใจของอายะที่ต้องรับมือกับชะตากรรมแสนเศร้า การเสียสละของสมาชิกในครอบครัว และความรักของเธอที่ทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งได้รู้จักการให้และเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตลอดกาล
ฉากจำ : ตอนที่ 8 (ซึ่งเป็นตอนที่พีคที่สุด) อาโซคุง (เรียว นิชิคิโด) เข็นรถให้อายะออกมากลางสะพานหน้าโรงเรียน อายะร้องไห้ อาโซคุงก็ร้องไห้ ด้วยรู้สึกไร้ค่าที่ไม่อาจช่วยเหลืออะไรอายะได้เลย แต่เด็กสาวก็ยังกล่าวขอบคุณที่เขาเป็นกำลังใจให้เสมอ คราวนี้เขาทรุดเข่าลงร้องไห้โฮ หิมะสีขาวเริ่มโปรยปรายลงมา พร้อมๆ กับที่เพลง Konayuki ดังขึ้น
9. Power of Love (คลิกรักนักโฆษณา)
โทโกะ (เอริ ฟุคะทสึ) หญิงสาววัยสามสิบเข้าทำงานในบริษัทโฆษณาเล็กๆ ด้วยศรัทธาในตัวคุณนุคุย (ชินนิจิ ทสึทสึมิ) ครีเอทีฟผู้มีชื่อเสียงโดดเด่นในวงการโฆษณา เขาและเธอรวมถึงทีมงานกลุ่มเล็กๆ สู้ตายลุยงานแต่ละโปรเจกต์ด้วยกันอย่างเต็มที่แม้จะมีอุปสรรคต่างๆ มากมาย นี่เป็นซีรี่ส์ที่ช่วยจุดพลังไฟในการทำงานของหนุ่มสาวได้ยอดเยี่ยม และการที่นางเอกแอบชื่นชมและหลงรักพระเอกก็เป็นอะไรที่จี๊ดใจยิ่งนัก
ฉากจำ : เมื่อเห็นว่าความรักที่ตนมีต่อคุณนุคุยคงไม่มีวันเป็นจริงไปได้ และด้วยไม่อยากให้ตนเองต้องเจ็บปวดจากการแอบรักเขามากไปกว่านี้ หลังจากจบโปรเจกต์ใหญ่ที่ฝ่าฟันมาด้วยกัน โทโกะก็ลาออกจากงานมาอย่างเงียบๆ โดยไม่ให้เขารู้ คืนสุดท้ายเธอย่องกลับไปที่ออฟฟิศกลางดึก นั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ของคุณนุคุย ซึมซับทุกอย่างรอบกายเก็บเป็นความทรงจำครั้งสุดท้าย เธอเอนตัวพิงพนักและเงยหน้าขึ้นไปบนเพดาน พร้อมๆ กับที่น้ำตาก็หลั่งไหลออกมาเป็นสาย
10. Orange Days (เธอ ฉัน กับวันฟ้าใส)
เรื่องราวความรักและมิตรภาพของหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งในช่วงมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายจนถึงการเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่วัยทำงาน การแสดงของโค ชิบาซากิยอดเยี่ยมที่สุดด้วยแววตา สีหน้า ท่าทางที่ไม่ต้องพูดอะไรสักคำ เธอต้องเรียนรู้ทั้งการใช้ภาษามือและการเล่นไวโอลินเพื่อถ่ายทอดบทบาทของนักไวโอลินสาวที่พูดไม่ได้
ฉากจำ : การแสดงในทุกฉากของโค ชิบาซากิเวลาที่ต้องทะเลาะกับซาโทชิ ทสึมาบุกิ และเวลาที่ใช้ภาษามือกล่าวคำขอโทษต่อกันและกัน
เสียดายเหมือนกันที่ต้องทิ้งบางเรื่องไปเพื่อให้ได้แค่ 10 อันดับอย่าง Love Generation (ประโยค True love never run smooth บนป้ายโฆษณากลางหิมะขาวยังคงติดตา), Searching for My Polestar (โจ โอดางิริ ทำเอาคนดูน้ำตาท่วมจอในตอนอวสาน), Love Revolution (การเปรียบเทียบความรักเหมือนการรอรถแท็กซี่, การหาถุงเท้าไม่เจอ หรือการพกร่มในช่วงเปิดเรื่องของแต่ละตอนนั้นช่างสร้างสรรค์)
ถึงแม้ผมจะชอบดูซีรี่ส์ญี่ปุ่นมากแค่ไหน แต่ทุกวันนี้ก็ยังอี๋ทุกครั้งเวลามีฉากเร้าอารมณ์อย่างจงใจจนน่าขนลุก ท่าจะเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ครับ

แต่ฉากในเรื่อง Last Friend นั่น
ฉากนั้นเล่นเราหายใจไม่ออกเลยค่ะ
ยิ่งจดหมายที่เขียนถึงนางเอกแล้ว...อยากจะร้องไห้
ซันไชน์อยากดูมานานแล้ว แต่หาดูไม่ได้
(โหลดบิทไม่มีคนปล่อยแล้วแน่ๆ orz)
เรื่องสุดท้าย orange day เคยดูตอน itv ค่ะ
แล้วชอบมากๆด้วย แอบไปฝึกภาษามือเล่นเลย แฮ่กๆ
#1 By ฟาร์ม . on 2009-06-06 23:30