10 ซีรี่ส์ญี่ปุ่นสุดโปรด

posted on 06 Jun 2009 20:43 by eakearly  in Films

ทำ Pick 5 หัวข้อ 10 ซีรี่ส์ญี่ปุ่นสุดโปรดเอาไว้ใน Facebook แต่ที่นั่นขยายความไม่ได้ จึงนำมาลงไว้ที่บล็อค พร้อมกับเรียงลำดับและเอา Power of Love เข้ามาแทน Love Generation ในโค้งสุดท้ายครับ

 

1. Over Time (ต่อเวลารัก)

 

เรื่องราวความรักความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวที่ละเอียดอ่อนสมจริงจนคุณได้แต่บอกกับตัวเองว่า ฉากนี้นี่มันมาจากชีวิตฉันนี่! การยิ้มทั้งน้ำตา การมีความสุขที่น่าใจหาย bittersweet เหล่านี้น่าจะเป็นคำอธิบายความรู้สึกขณะดูซีรี่ส์เรื่องนี้ได้ดี นี่ยังไม่นับรวมข้อคิดดีๆ ในการประคับประคองความสัมพันธ์บนความต่างของหญิง-ชายที่สามารถหยิบเอามาใช้กับความสัมพันธ์ของเราในชีวิตจริงได้เป็นอย่างดีอีกต่างหาก (ละครเรื่องนี้มีการจบที่ค่อนข้างหักมุมอยู่เหมือนกัน แบบที่คนดูได้แต่อึ้งว่าจบอย่างนี้จริงๆ หรือ แต่ผมกลับชอบตอนจบแบบนี้มากๆ)

ฉากจำ : โซจัง (ทาเคชิ โซริมาจิ ) โทรศัพท์จากตู้สาธารณะมาหานัตสึกิ (มากิโกะ เอซุมิ) ที่อยู่ที่บ้านในช่วงหัวค่ำหลังจากที่เขาเพิ่งถูกนาสึนะบอกเลิก บทสนทนายาวหลายหน้ากระดาษเต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพระหว่าหญิงชายที่มีความเป็นไปได้มากมายลอยอวลอยู่ในนั้น โซริมาจิ กับ เอซุมิเล่นได้เป็นธรรมชาติอย่างที่สุดในฉากนี้  คำพูด สีหน้า น้ำเสียง อารมณ์ ตลอดจนจังหวะในการพูดแต่ละประโยคที่มีการหยุดเป็นช่วงนานๆ เหมือนเวลาที่เราคุยโทรศัพท์กับเพื่อนสนิทนานจนไม่รู้จะคุยอะไรต่อ แต่ต่างคนต่างก็ยังไม่อยากวางสาย สมจริงจนเรารู้สึกได้ ว่านี่คือชีวิตของเรา, ฉากที่เผยให้เห็นภาพสุดท้ายในอัลบั้มรวมผลงานภาพถ่ายผู้คนจากข้างหลังของโซจัง ซึ่งเป็นภาพของนัตสึกิกำลังเดินโบกผ้าคลุมผมเจ้าสาว

 

2. Last Friends

อ่านที่นี่

ฉากจำ : ตอนจบของตอนที่ 1 ที่พระเอกเผยธาตุแท้ออกมาจนคนดูที่ไม่ได้รู้เนื้อเรื่องย่อมาก่อนถึงกับช็อคไปตามๆ กัน, ตอนก่อนอวสานที่นางเอกตื่นขึ้นแล้วพบพระเอกนอนกอดชุดแต่งงาน ความรู้สึกของคนดูที่มีต่อพระเอกมาตลอดทั้งเรื่อง เปลี่ยนไปเพียงชั่วฉากเดียวราวกับถูกฉุดลงไปในห้วงเหวลึกแล้วโผล่พ้นขึ้นมาเห็นแสงสว่างอย่างรวดเร็ว

 

3. Those Were the Days (อดีตฝันวันวาน)

หนุ่มสาวมัธยมปลาย การค้นหาตัวตนและไล่ตามความฝัน ความรักและมิตรภาพ ก่อนจะจบการศึกษาและแยกย้ายจากกันไป เป็นเรื่องราวชีวิตม.ปลายที่ครบถ้วนลงตัวที่สุดเรื่องหนึ่ง

ฉากจำ : แน่นอนที่สุด ประเพณีลอยผ้าขาวที่เด็กผู้หญิงจะเอาผ้าพันคอชุดนักเรียนและเด็กผู้ชายจะเอาสายคาดหมวกมาผูกต่อกันยาวไปเรื่อยๆ และค่อยๆ ปล่อยลอยลงไปตามแม่น้ำ ในพิธีอำลาการศึกษา

 

4. The Sun Shines Forever (ตะวันไม่ลับฟ้า)

คุณแม่เจ้าของร้านขนมเสียชีวิตลงเพราะทำงานหนัก ลูกชายวัยรุ่นไม่เอาถ่านต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในชั่วข้ามคืน แต่การตายของแม่มาจากการทำงานหนักจริงหรือ เบื้องหลังดำมืดรอคอยการคลี่คลาย ลูกชายต้องก้มหัวขอให้ทนายสาวมือใหม่มาสืบคดีให้แม่ เพื่อชดใช้ความรู้สึกผิดที่มีต่อแม่เมื่อสมัยแม่ยังมีชีวิตอยู่ เด็กหนุ่มอุทิศทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและท้าทายอำนาจซึ่งใหญ่กว่าตัว เจ็บปวดเหลือเกินที่ไม่ว่าทำไปมากเท่าไรหรือเจอทางตันกี่ครั้ง ความจริงที่ว่าแม่ของเขาก็ไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีกแล้วก็คอยตะโกนก้องอยู่ในห้วงคิดของเขาอยู่ร่ำไป นี่คือละครที่ทำให้ผมร้องไห้หนักที่สุดในชีวิตมากกว่าหนังหรือละครเรื่องใดๆ

ฉากจำ : ตอนที่ 1 เรื่องเปิดให้เห็นว่า ฮิเดอากิ ทากิซาว่า รำคาญแม่ตนเองเพียงไร ก้มหัวขอโทษครูแทนลูกชายทั้งๆ ที่เขาเชื่อว่าเขาไม่ผิด ทาเล็บสีเห่ยๆ ทำตัวเปิ่นๆ เชยๆ ยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอเกินพอดี เอาขาขึ้นมาพาดบนเบาะรถไฟฝั่งตรงข้ามที่ไม่มีคนนั่งจนเขาต้องหนีไปนั่งห่างๆ ฯลฯ (เชื่อว่าผู้ชายที่ได้ดูคงนึกออกว่าสมัยย่างเข้าวัยรุ่นเราก็มักจะมีช่วงหนึ่งที่รู้สึกกับแม่ตัวเองคล้ายๆ อย่างนี้แทบทุกคน) ทันใดนั้นเอง ภาพบนจอก็ดับมืดลง พร้อมกับเสียง voice over ของพระเอก "แล้วหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น.. แม่ของผมก็เสียชีวิตลง"

 

5. Change (นายกมือใหม่ หัวใจประชาชน)

อ่านที่นี่

ฉากจำ : หลังจากที่ความฝันและศรัทธาทางการเมืองของนางเอก (เอริ ฟุคะทสึ) ถูกทำลายลงอย่างรุนแรง เธอเดินกลับไปหาท่านนายกอาซาคุระ (ทาคุยะ คิมุระ) ที่ห้อง ก้าวเท้าเข้าไปหาเขาช้าๆ และซบหน้าลงกับไหล่ของเขา ร้องไห้จนตัวโยน, ทุกฉากที่อาซาคุระขึ้นปราศรัย, ฉากลองเทคอาซาคุระออกแถลงการณ์ยาว 23 นาทีในตอนอวสาน

 

6. Pure (ความรักสีขาว)

หญิงสาวใสซื่อที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาค่อยๆ รู้จักความรักจากความสัมพันธ์กับชายหนุ่ม เธอถ่ายทอดความรักที่เธอรู้จักผ่านงานประติมากรรมที่ราวกับพระเจ้าให้มาเป็นพรสวรรค์ทดแทนสิ่งที่เธอขาดไป และหากไม่ได้รู้จักความสูญเสียด้วยในท้ายที่สุด จะเรียกได้อย่างไรว่าเธอได้เรียนรู้ความรักจนครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว

ฉากจำ : หลังจากสงสัยมานานว่านางเอกปั้นงานประติมากรรมปีกนกสีขาวอย่างไม่รู้หยุดหย่อนชิ้นแล้วชิ้นเล่าไปเพื่ออะไร ในที่สุดผู้ชมก็ได้ตื่นตะลึงเมื่อละครเผยให้เห็นปีกนกสีขาวนับร้อยนับพันวางอยู่ในลานกว้างสุดลูกหูลูกตา, เมื่อนักข่าวถามเธอในงานแถลงข่าว ว่างานประติมากรรมรูปปีกนกสีขาวชิ้นใหญ่และงดงามของเธอมีชื่อผลงานว่าอะไร เธอเงียบไปนานมากจนใครๆ ต่างเป็นกังวล ก่อนตอบออกไป "มันมีชื่อว่า.. ความรักค่ะ"

 

7. To the One I Love (แด่เธอด้วยดวงใจ)

หลังจากที่เราได้เห็นซีรี่ส์ญี่ปุ่นที่กำหนดให้ตัวละครหลักพบชะตากรรมจากโรคร้ายแปลกประหลาดมานับไม่ถ้วนจนเฝือ ซีรี่ส์เรื่องนี้กลับใช้องค์ประกอบแสนเชยดังกล่าวได้อย่างลงตัวที่สุดในยุคหลังๆ ช่างภาพหนุ่ม (นาโอฮิโตะ ฟูจิกิ - คุณหมอหนุ่มจาก One Litre of Tears) ที่เพิ่งสูญเสียน้องชายไปได้พัฒนาความสัมพันธ์กับกุมารแพทย์สาวมือใหม่ที่เป็นเพื่อนของน้องชาย พร้อมๆ กับที่ต้องรับมือกับดวงตาที่เริ่มบอดลงเรื่อยๆ จากโรคร้าย ตัวละครแม่ของพระเอกต้องเจ็บปวดกับความจริงที่ว่าลูกชายคนเล็กอนาคตไกลเพิ่งตายจากไป แล้วลูกชายคนโตกำลังจะมาตาบอดอีก ผู้ชมอีกจำนวนมากรักตัวละครพ่อผู้เสียสละของนางเอก และเมืองนางาซากิในเรื่องนี้ก็ถูกถ่ายทอดออกมาได้เรียบง่ายแต่งดงามจับใจ

ฉากจำ : ตอนที่ 1 ทั้งตอนตรึงคนดูได้อยู่หมัดด้วยองค์ประกอบที่แสนลงตัวจากการเริ่มเรื่องกลุ่มหนุ่มสาวเดินทางจากโตเกียวไปนางาซากิเพื่อไปร่วมงานศพของเพื่อน อารมณ์หวนไห้อดีตของมิตรภาพระหว่างเพื่อนที่กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากเรียนจบแยกย้ายกันไปทำงาน การเดินทางครั้งนี้ทำให้นางเอกได้พบกับพระเอกที่เป็นพี่ชายของผู้ตาย บรรยากาศเทศกาลลอยโคมในแม่น้ำประจำเมือง แม่ผู้สูญเสีย และความซาบซึ้งระหว่างพี่น้อง, ฉากภาพสุดท้ายที่พระเอกได้เห็นก่อนที่ตาของเขาจะมืดบอดลงตลอดกาล

 

8. One Litre of Tears (บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร)

จากชีวิตจริงของอายะ (เอริกะ ซาวาจิริ) เด็กสาววัย 15 ปีที่ป่วยเป็นโรคร้ายทางสมองที่ทำให้เธอค่อยๆ สูญเสียการควบคุมของร่างกายไปทีละส่วน ซีรี่ส์เรื่องนี้รู้ดีว่ากำลังเล่าเรื่องอะไรจึงตั้งใจเดินหน้าไปในทางเศร้าอย่างไม่ปราณีปราศรัย รายละเอียดของโรคถูกนำเสนออย่างละเอียดควบคู่ไปกับสภาพจิตใจของอายะที่ต้องรับมือกับชะตากรรมแสนเศร้า การเสียสละของสมาชิกในครอบครัว และความรักของเธอที่ทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งได้รู้จักการให้และเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตลอดกาล

ฉากจำ : ตอนที่ 8 (ซึ่งเป็นตอนที่พีคที่สุด) อาโซคุง (เรียว นิชิคิโด) เข็นรถให้อายะออกมากลางสะพานหน้าโรงเรียน อายะร้องไห้ อาโซคุงก็ร้องไห้ ด้วยรู้สึกไร้ค่าที่ไม่อาจช่วยเหลืออะไรอายะได้เลย แต่เด็กสาวก็ยังกล่าวขอบคุณที่เขาเป็นกำลังใจให้เสมอ คราวนี้เขาทรุดเข่าลงร้องไห้โฮ หิมะสีขาวเริ่มโปรยปรายลงมา พร้อมๆ กับที่เพลง Konayuki ดังขึ้น

 

9. Power of Love (คลิกรักนักโฆษณา)

โทโกะ (เอริ ฟุคะทสึ) หญิงสาววัยสามสิบเข้าทำงานในบริษัทโฆษณาเล็กๆ ด้วยศรัทธาในตัวคุณนุคุย (ชินนิจิ ทสึทสึมิ) ครีเอทีฟผู้มีชื่อเสียงโดดเด่นในวงการโฆษณา เขาและเธอรวมถึงทีมงานกลุ่มเล็กๆ สู้ตายลุยงานแต่ละโปรเจกต์ด้วยกันอย่างเต็มที่แม้จะมีอุปสรรคต่างๆ มากมาย นี่เป็นซีรี่ส์ที่ช่วยจุดพลังไฟในการทำงานของหนุ่มสาวได้ยอดเยี่ยม และการที่นางเอกแอบชื่นชมและหลงรักพระเอกก็เป็นอะไรที่จี๊ดใจยิ่งนัก

ฉากจำ : เมื่อเห็นว่าความรักที่ตนมีต่อคุณนุคุยคงไม่มีวันเป็นจริงไปได้ และด้วยไม่อยากให้ตนเองต้องเจ็บปวดจากการแอบรักเขามากไปกว่านี้ หลังจากจบโปรเจกต์ใหญ่ที่ฝ่าฟันมาด้วยกัน โทโกะก็ลาออกจากงานมาอย่างเงียบๆ โดยไม่ให้เขารู้ คืนสุดท้ายเธอย่องกลับไปที่ออฟฟิศกลางดึก นั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ของคุณนุคุย ซึมซับทุกอย่างรอบกายเก็บเป็นความทรงจำครั้งสุดท้าย เธอเอนตัวพิงพนักและเงยหน้าขึ้นไปบนเพดาน พร้อมๆ กับที่น้ำตาก็หลั่งไหลออกมาเป็นสาย

 

10. Orange Days (เธอ ฉัน กับวันฟ้าใส)

เรื่องราวความรักและมิตรภาพของหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งในช่วงมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายจนถึงการเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่วัยทำงาน การแสดงของโค ชิบาซากิยอดเยี่ยมที่สุดด้วยแววตา สีหน้า ท่าทางที่ไม่ต้องพูดอะไรสักคำ เธอต้องเรียนรู้ทั้งการใช้ภาษามือและการเล่นไวโอลินเพื่อถ่ายทอดบทบาทของนักไวโอลินสาวที่พูดไม่ได้

ฉากจำ : การแสดงในทุกฉากของโค ชิบาซากิเวลาที่ต้องทะเลาะกับซาโทชิ ทสึมาบุกิ และเวลาที่ใช้ภาษามือกล่าวคำขอโทษต่อกันและกัน

 

 

เสียดายเหมือนกันที่ต้องทิ้งบางเรื่องไปเพื่อให้ได้แค่ 10 อันดับอย่าง Love Generation (ประโยค True love never run smooth บนป้ายโฆษณากลางหิมะขาวยังคงติดตา), Searching for My Polestar (โจ โอดางิริ ทำเอาคนดูน้ำตาท่วมจอในตอนอวสาน), Love Revolution (การเปรียบเทียบความรักเหมือนการรอรถแท็กซี่, การหาถุงเท้าไม่เจอ หรือการพกร่มในช่วงเปิดเรื่องของแต่ละตอนนั้นช่างสร้างสรรค์) 

ถึงแม้ผมจะชอบดูซีรี่ส์ญี่ปุ่นมากแค่ไหน แต่ทุกวันนี้ก็ยังอี๋ทุกครั้งเวลามีฉากเร้าอารมณ์อย่างจงใจจนน่าขนลุก ท่าจะเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ครับ   

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้...มีหลายเรื่องไม่เคยดูค่ะ

แต่ฉากในเรื่อง Last Friend นั่น
ฉากนั้นเล่นเราหายใจไม่ออกเลยค่ะ
ยิ่งจดหมายที่เขียนถึงนางเอกแล้ว...อยากจะร้องไห้

ซันไชน์อยากดูมานานแล้ว แต่หาดูไม่ได้
(โหลดบิทไม่มีคนปล่อยแล้วแน่ๆ orz)

เรื่องสุดท้าย orange day เคยดูตอน itv ค่ะ
แล้วชอบมากๆด้วย แอบไปฝึกภาษามือเล่นเลย แฮ่กๆ

big smile

#1 By ฟาร์ม . on 2009-06-06 23:30

ลาสต์เฟรนด์ ก็ยังดองต่อไปนั่นแหละ
(กลัวแผ่นหายก่อนได้ดูจริงๆ 5555)

แต่ One Litre of Tears นี่ตอนที่ 8 หนักมากๆ มันจงใจแต่ไม่อี๋ นั่งร้องไห้กระจองอแงอยู่หน้าคอมอย่างสาหัส (แต่ฉากงานศพอายะนี่อี๋โคตรๆ) เพื่อนมันบอกว่า พระเอกแม่งเป็นตัวละครเกะกะ ไม่มีจริงในโลก แต่ดูฉากนั้นแล้วโคตรเข้าใจมึงเลย ฮือๆๆๆ


#2 By nanoguy on 2009-06-06 23:38

อื้มมมมม ซีรี่ส์ญี่ปุ่นนี่เขาสร้างสรรค์ดีนะคับ ไม่รู้จักสักเรื่องเลย ผมเคยดูแค่ โนดาเมะ กะ เชนจ์ power of love น่าดูมากกกก หุหุconfused smile

#3 By omega on 2009-06-07 00:01

THE SUNSHINE FOREVER และ ความรักสีขาว น่าจะอยู่อันดับต้นๆในใจเราเหมือนกัน

แต่อันกับหนึ่งน่าจะเป็น SEARCHING FOR MY POLESTAR
จังหวะที่ดูมันตรงกับช่วงวัยของตัวละครเป๊ะๆเลย

อินมากๆ

#4 By filmsick on 2009-06-07 00:15

ไม่เคยดูจั๊กกะเรื่อง sad smile

#5 By zoxmok on 2009-06-07 10:16

นอกเมืองซาปา ทางตอนเหนือของเวียดนามครับ

#6 By 灯台守 on 2009-06-07 11:36

+ ของพี่ไม่ต้องซีรีส์ญี่ปุ่นหรอก ... แค่ซีรีส์เมกันดังๆ (ที่หาดูง่ายกว่า) ยังไม่เคยมีโอกาสได้ดูสักเรื่องเลยจ้า แต่เรื่อง Change นี่ตอนนี้ดังสุดๆ เลยเนอะ คงเพราะเข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองทั่วโลก (โดยเฉพาะในญี่ปุ่นเอง รวมถึงไทยด้วย) ตอนนี้มังครับ wink

#7 By บลูยอชท์ (125.25.26.88) on 2009-06-08 00:32

ซีรีีญี่ปุ่นนี่เป็นอะไรที่แทบไม่ได้ดูเลยคับ ที่พี่จัดมาได้ดูแค่เรื่องเดียวคือบันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร สารภาพว่าร้องไห้ทุกตอน 555

#8 By Faris Cassidy on 2009-06-08 03:34

เจ้าพ่อซีรีส์
ข้าน้อยขอคารวะ

#9 By อุบล (125.24.120.109) on 2009-06-08 13:36

ยอมรับโดยสดุดีว่ายังไม่เคยและยังไม่มีโอกาสได้ดูซักเรื่องเลยครับ

ซีรี่ย์นี่คิดหนักครับก่อนที่จะดูแต่ละเรื่อง เพราะมันเป็นตัวบั่นทอนสุขภาพชั้นดีจริงๆครับ

แต่เหนืออื่นใด ขอหาโอกาสดู Last Friends ก่อน

#10 By Seam - C on 2009-06-08 14:04

โห Slow Dance ไม่ติดอันดับ

ฮิโรสุเอะ เสียใจแย่เลย



ข้างบนนั้นไม่เคยดูเลยสักเรื่องครับ ฮา

Orange Days ที่อยากสุดยังไม่ได้ดูเลย
ได้ดูแค่ไม่กี่เรื่องเองค่ะ ว้า
ตอนนี้อยากดูโนดาเมะ คอนทาิบิเร่ (เขียนอย่างนี้หรือเปล่า) ชอบดูคนเล่นดนตรี

#12 By ป๋วย (222.131.63.60) on 2009-06-08 19:56

ตอบ ฟาร์ม .
ผมก็มีแอบทำภาษามือตามเค้าเหมือนกันครับ 555

ตอบ nanoguy
มีแง่มุมอ่อนไหวขนาดนี้ด้วยนะเรา question

ตอบ filmsick
Searching for My Polestar นี่ผมก็ชอบมากเหมือนกันครับ ฮิเดอากิ อิโตะที่เป็นพระเอกของเรื่องก็เล่นได้โคตรดีไม่แพ้โอดางิริเลย อินเหมือนกัน

ตอบ พอกลอน
Slow Dance พี่ก็ชอบมากนะ แต่รู้สึกบทมันเนิบๆ ช้าๆ อยู่ช่วงใหญ่เลยทำให้ไม่ติดอันดับพี่น่ะ

ตอบ คนอื่นๆ ที่ไม่เคยดูซีรี่ส์ญี่ปุ่น ลองเริ่มหามาดูกันครับ คุณจะหลงรักได้ไม่ยาก โดยเฉพาะ Omega ขนบของมันสร้างมาเพื่อให้นายชอบโดยเฉพาะเลยนะ

#13 By eak early : เอกเช้า on 2009-06-08 20:06

เอนทรี้นี้พูดคนละภาษากับผมเลยครับ (ว่าแล้วต้องไปตามแม่มาอ่านซะแล้ว ฮ่าๆ) question

แต่เคยเปิดผ่านๆ Change เหมือนกันนะ... ว่าแล้วก็อยากดูโมโนล็อค 23 นาทีนั้นแล้วสิ big smile

#14 By BdMd (124.120.81.145) on 2009-06-08 21:07

แหม..ที่แท้ก็หนุ่มญี่ปุ่นนี่เอง
คือไม่ค่อยชอบดูซีรี่ส์อ่ะ
รู้สึกมันพยายามบิวส์อารมณ์เกินไป

แต่เอก
อุส่าห์แนะนำคงต้องหาดูซักเรื่องแล้ว

#15 By oak (203.157.72.219) on 2009-06-09 08:56

เลาๆว่าเคยเห็น Orange Days สมัยที่ยังมี iTV อยู่ ส่วน Change ก็ดองอยู่นั่นแล (ตอนนี้กำลังโม่ Prison Break4 เพราะเพื่อนจะเอาคืนแล้ว)

ขอบคุณกับอันดับทั้งสิบนี้นะครับ เป็นข้อมูลชั้นดีเวลาจะซื้อซีรี่ส์ญี่ปุ่นเรื่องต่อไป (ถึงจะเป็นการซื้อมาดองก็เถอะ) sad smile

#16 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2009-06-09 14:24

ทั้ง 10 เรื่อง หนูก้ชอบเหมือนพี่เลย ยกเว้นเรื่อง Pure กับ The Sun Shines Forever

อีกเรื่องที่อยากดูคือ Power of Love ชอบเอริจัง
3-4 เรื่องที่ไม่อยู่ใน 10 อันดับที่พี่พูดถึงก็ชอบเช่นกัน

ซีรี่ย์ญี่ปุ่น นอกจากเนื้อเรื่องดีแล้ว เพลงประกอบก็เพราะด้วยค่ะ

#17 By น้องเจี๊ยบ (125.24.254.60) on 2009-06-09 15:48

ไม่ได้ดูหนังซีรี่นานแล้ว

#18 By คนขับช้า on 2009-06-09 21:29

10 เรื่อง ไม่เคยผ่านตาซักเรื่อง
กลัวตัวเองติดอะไรซักอย่างจนมากเกินไป

ปล.ขอบคุณนะครับเรื่องหนังสือที่แนะนำ
ไปหาตามร้านแถวที่ทำงานไม่มี
เจอแต่เคหวัตถุ กับ H2O
อ่านสนุกจริงๆครับ
big smile

#19 By มนุษย์เพลง on 2009-06-09 22:43

ซีรี่ญี่ปุ่นที่ได้ดูเยอะตอนที่สุดก็ โนดาเมะ ค่ะ ดูตามน้อง เธอชอบมาก

Orange Days เหมือนเคยเห็นทางฟรีทีวี นานแล้วใช่มั๊ยคะ

Change นี่ เดี๋ยวได้ตะลุยดูให้จบเลย ได้มาละ

นอกนั้นไม่เคยดูเลยค่ะ ^_^"

#20 By renton (125.26.127.100) on 2009-06-10 06:35

ดู NODAME ชอบ ดูแล้วเคลิ้มเลย ,Love and farm ก็ชอบ ที่เป็นเรื่องของนักศึกษาเกษตรฝึกงาน,อีกเรื่องที่ชอบมากมากคือ GALILEO ตลกดี เก่งด้วย (เขียนผิดรึเปล่า??) เลือกประเภทเพลง ตลก และสืบสวนตลก พยายามไม่ดู รัก น่ะ ท่าจะตาบวมไปทำงานแน่ๆ มีแบบที่พี่ชอบแนะนำมั้ยล่ะ จัดมา

#21 By p' tukta (58.9.98.51) on 2009-06-11 17:31

ผมก็ดูซีรี่ส์สลับกันไปนะครับ ตอนนี้กำลังโม่ PB4 อยู่ ส่วน 24 Day7 ก็ได้มาไว้ในครอบครองแล้ว รอคิวเชือดเป็นรายต่อไป

Grey5 ยังสนุกเหมือนเดิมมั๊ยครับ ผมเห็นบางกระแสในพันติ๊ปบอกว่าซีซั่นนี้อิซซี่น่ารำคาญ เป็นงั้นจริงๆเหรอ sad smile

#22 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2009-06-12 09:14

ของเราเป็น UNFAIR กับ TRIANGLE อ่ะ

อันดับ 1 ในดวงใจ สืบสวนมันส์มาก

#23 By OnlyOnniE on 2009-07-01 15:02