----------------- ปราศจากสปอยล์ครับ -------------------------

ซีรี่ส์แนวหนึ่งที่ญี่ปุ่นทำออกมาได้ดีเสมอมาก็คือแนวความรักและมิตรภาพระหว่างกลุ่มเพื่อน เป็นที่น่าเสียดายที่หลายปีให้หลังมานี้แทบไม่มีซีรี่ส์แนวนี้ผลิตออกมาให้ได้ชมกันอีก ผมเพิ่งมีโอกาสได้ชมซีรี่ส์ญี่ปุ่นปี 1993 เรื่องหนึ่งที่ชื่อว่า White Paper (Asunaro Hakusho หรือในชื่อไทยเมื่อครั้งฉายทางช่อง 3 "พรุ่งนี้ก็สายเกินไป") ซึ่งช่วยอย่างมากให้ผมได้คลายความคิดถึงซีรี่ส์แนวนี้ (เข้าใจว่าสมัยนั้นผมคงยังเตร็ดเตร่กับเพื่อนหลังเลิกเรียน จึงทำให้พลาดซีรี่ส์เรื่องนี้ไป)

 

ซีรี่ส์เรื่องนี้เล่าถึงเรื่องของกลุ่มเพื่อนห้าคนแห่งชมรมอะสึนาโร่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

นารูมิ (ฮิคาริ อิชิดะ) เด็กสาวใสซื่อราวกับหลุดออกมาจากการ์ตูนตาหวานที่เก็บความรู้สึกไม่เป็น เธอค่อยๆ รักคาเคอิพร้อมๆ กับได้เรียนรู้ว่าความรักไม่ใช่มีแต่ด้านที่หอมหวานอย่างในอุดมคติ (แรกๆ ผมรำคาญเธอมาก เพราะตัวละครแบบนี้มันจะมีอยู่จริงบนโลกได้อย่างไร แต่เมื่อได้เห็นพัฒนาการของตัวละครตัวนี้ก็ค่อยๆ โล่งใจ ความทุกข์ค่อยๆ ทำให้เธอดูเป็นผู้เป็นคนขึ้น)

 

"มันสายเกินไปแล้วล่ะ... นารูมิเป็นความทรงจำที่ดีของผมนะ"

คาเคอิ (มิชิทากะ ซึซึอิ) เด็กหนุ่มสู้ชีวิตที่เหมือนด้านตรงข้ามกับนารูมิทุกอย่าง เก็บความรู้สึกราวกับมีโลกของตัวเองที่ไม่มีใครเข้าถึง และนั่นทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับนารูมิเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

 

"พูดให้ฟังเผื่อเธออยากรู้นะ ฉันก็เป็นห่วงเธอเหมือนกัน... เปลี่ยนเป็นฉันได้ไหม"

โทริเดะ (ทาคุยะ คิมูระ ในบทพระรองผู้น่าสงสาร) เด็กหนุ่มที่รักนารูมิข้างเดียว ความสัมพันธ์ของเขากับนารูมิจบลงในช่วงเวลาแสนสั้นเพราะนารูมิรักแค่คาเคอิเท่านั้น เขาจึงเป็นได้แค่เพื่อนที่แสนดีที่คอยอยู่ข้างนารูมิทุกครั้งที่เธอเสียใจ

 

เซกะ (อันจู ซูซูกิ) สาวสวยอาภัพรักที่เป็นอีกคนที่แอบรักคาเคอิแต่ต้องเก็บไว้ในใจ ครั้นเธอได้เริ่มรักมัตสึโอกะบ้าง ก็ต้องกลายเป็นความรักที่ไม่มีวันจะได้ตอบจากอีกฝ่าย

 

"ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก นายเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดที่ฉันคุยได้ทุกเรื่อง ฉันอยากให้เราเป็นเพื่อนกันตลอดไป"

มัตสึโอกะ (ฮิเดโตชิ นิชิจิมา) เด็กหนุ่มฐานะดีที่คาเคอิถือเป็นเพื่อนสนิทที่สุดเพียงหนึ่งเดียว ภายใต้แววตาเศร้าสร้อยที่เขาเฝ้ามองคาเคอิแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดของรักที่ไม่มีวันสมหวังอยู่ตลอดเวลา

 

ซีรี่ส์เรื่องนี้แบ่งออกเป็นสองช่วงอย่างชัดเจน ตอนที่ 1-8 เป็นช่วงชีวิตของเพื่อนกลุ่มนี้ในมหาวิทยาลัย ความรักความสัมพันธ์ของตัวละครกระทบกระเทือนมิตรภาพครั้งแล้วครั้งเล่า จนถึงจุดหนึ่ง (ตอนที่ 6 และ 7 ซึ่งถือได้ว่าพีคที่สุด) ที่แม้มิตรภาพยังคงอยู่แต่มันก็ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป จึงทำให้เพื่อนแต่ละคนต้องแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางตามเหตุผลและข้อจำกัดต่างๆ อันแสนเศร้า เหลือเพียงนารูมิเพียงคนเดียวที่ยังคงเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ต่อไปจนจบ

 

ผมกลับชอบซีรี่ส์เรื่องนี้ในช่วงที่สอง คือตั้งแต่ช่วงท้ายของตอนที่ 8 เป็นต้นไปมากกว่า มันเล่าเรื่องอีก 4 ปีต่อมาที่กลุ่มเพื่อนในวัยเริ่มต้นชีวิตการทำงานในโลกของผู้ใหญ่กลับมาพบกันอีกครั้ง ตัวละครใช้เหตุผลในการดำเนินชีวิตมากกว่าความรู้สึกอย่างแต่ก่อนเนื่องจากต่างก็เผชิญอะไรมามากและโตขึ้น และด้วยการที่คนดูผูกพันกับตัวละครทุกตัวและรับรู้เรื่องราวของพวกเขามาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น จึงอดน้ำตารื้นไม่ได้ทุกครั้งเมื่อพบว่าหลายสิ่งหลายอย่างนั้นยากจะกลับไปสวยงามเหมือนเก่าแม้ว่าเราคนดู (และตัวละครในเรื่อง) อยากจะให้มันกลับไปเป็นแบบนั้นมากเพียงไรก็ตาม สิ่งที่พอจะทดแทนอดีตที่แก้ไขไม่ได้ ก็เห็นจะเป็นเพียงโอกาสครั้งที่สองเท่านั้น

 

ด้วยความที่ละครมันเก่า (ตั้ง 16 ปีมาแล้ว) จึงมีอะไรเชยๆ หลายอย่างที่ทำเอาผมอดยิ้มขำไม่ได้เมื่อเริ่มดูตอนที่หนึ่ง (แต่สักพักก็ชิน) เป็นต้นว่า แว่นตาอันโตของทาคุยะ การใส่เสื้อสูทตัวโคร่งๆ ไปเรียนหนังสือของหนุ่มสาว มุกโบราณประเภทตัวอิจฉาแกล้งวิ่งมาชนนางเอกจนกล่องข้าวที่เธออุตส่าห์ทำมาให้พระเอกตกกระจายกลางสายฝน หรือการที่แทบไม่ปรากฏโทรศัพท์มือถือในเรื่องเลย ตัวละครต้องอาศัยโทรหากันผ่านโทรศัพท์บ้านตลอด แต่ข้อจำกัดนี้กลับกลายเป็นมุกจี๊ดใจที่สมัยนี้คงใช้ไม่ได้ "จะวางสายแล้วเหรอ ไหนๆ ก็โทรมาแล้ว คุยกันให้ครบสามนาทีก่อนสิ" เพราะสามนาทีแรกเสียค่าบริการเท่ากัน แล้วพระเอกนางเอกก็ได้แต่กระอักกระอ่วนไม่รู้จะคุยอะไรกัน

 

คุณจะชอบเรื่องนี้ถ้าคุณชอบ: ซี่รี่ส์โรแมนติคดราม่าแนวความรักและมิตรภาพระหว่างเพื่อนทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Searching for My Polestar (ร้อยฝันพันดาวชาวธนู), อารมณ์เศร้าของการเลิกราทั้งที่ยังรักและต้องกลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากหลายปีผ่านไปคล้ายๆ ช่วงท้ายๆ ของหนังอย่าง The Way We Were

 

เพลงประกอบกลายเป็นอีกหนึ่งเพลงคลาสสิคร่วมสมัยไปแล้ว True Love โดย ฟูมิยะ ฟูจิอิ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แอบอิน
มุกสามนาที

#1 By อุบล (125.24.156.152) on 2009-07-12 19:21

+ เอนทรี่นี้ห่างไกลตัวพี่จนจินตนาการตามไม่ค่อยออก (พวกเอ๊าท์ออฟซีรีส์ ทุกสัญชาติ) ... อย่างไรก็ดี ทาคุยะ เนี่ยนะ เป็นพระรองสุดแหยที่ไม่มีใครใส่ใจหรือตามหลงรักเลย เค้าแคสต์ตัวละครสลับกันรึเปล่าเนี่ย?!? เหอๆๆ angry smile

+ แล้วอีก 16 ปีต่อมา โทริเดะ ก็กลายเป็นนายกฯ ญี่ปุ่น เอิ๊กๆ open-mounthed smile

+ เคยมีละครไทย ที่มีโครงเรื่องใกล้เคียงทำนองนี้บ้างมั้ยครับ พี่นึกไม่ออกเลยอ่า sad smile (พัฒนาการด้านละครช่างห่างไกลกันลิบโลก)

#2 By บลูยอชท์ (125.25.45.43) on 2009-07-12 22:33

ตอบ พี่บลูยอชท์
แรกเห็นผมก็ไม่เชื่อครับ เพราะลุ้คทาคุยะในเรื่องนี้มันเห่ยจริงๆ เข้าใจว่าสมัยนั้นเขายังไม่ดังเป็นพลุเหมือนกาลต่อมามั้งครับ

ละครไทยใกล้เคียงกันเหรอ จุดนัดฝัน กับ เก้าอี้ขาวในห้องแดง นี่พอได้ไหมนะ (สังเกตว่าเก่ามาก หลังจากยุคนั้นข้าพเจ้าก็แทบไม่ได้ดูละครไทยอีกเลย sad smile)

#3 By eak early : เอกเช้า on 2009-07-12 23:01

ซี่รี่ญี่ปุ่นนี่ไม่ถนัดเลยครับ ยังไม่เคยดูอีกตามเคย sad smile

#4 By Faris Cassidy on 2009-07-13 10:31

ชื่อไทยคุ้นๆ นะ "พรุ่งนี้ก็สายเกินไป"
แต่ก็ยังไม่เคยดูค่ะ

หรือว่าตอนเล่นเรื่องนี้ ทาคุยะ ยังไม่เป็น Smap
เลยดูแห้งๆ ไม่เท่ sad smile

#5 By renton (125.26.123.227) on 2009-07-13 12:36

ตอบเรื่องต้นเทียนนะคะ

เห็นว่าเสร็จจากงานแห่เทียนแล้ว ต้นเทียนที่ได้รับรางวัลที่ 1 2 3 ก็จะยังถูกจอดตั้งโชว์ไว้ระยะหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็กลับวัด อาจจะยังคงไว้รูปทรงเดิม เมื่อสมควรแก่เวลาก็อาจมีการนำมาหลอมเก็บไว้ใช้ในคราวต่อไป

แต่การนำมาใช้ซ้ำ บางทีก็จะให้เทียนที่มีคุณภาพด้อยลง

เคยได้ข่าวว่ามีต้นเทียนบางต้นชาวต่างชาติ (ญี่ปุ่น)มาซื้อไปก็มี

#6 By renton (125.26.123.227) on 2009-07-13 12:40

เช่นเคยครับเรื่องนี้ยังไม่เคยดู sad smile แ่ต่อ่านๆดูเหมือนอ่านชีวิตตัวเองจังเลยครับ big smile

เห็นด้วยกับพี่เลยครับที่เมื่อได้ดูหนังเก่าๆ เห็นอะไรที่เป็นรูปแบบเก่าๆที่เราเคยคุ้นเคย มันคงจี๊ดน่าดู (อย่างกรณีโทรศัพท์ที่พี่ว่ามา สมองผมนึกย้อนกลับไปเลยครับ จี๊ดดีๆ big smile)

16 ปีก่อนผมจะอะไรอยู่นะ?

#7 By Seam - C on 2009-07-13 13:27

ผมมักจะทนดูซีรี่ส์เก่าๆ หรือ หนังเก่าๆได้ไม่นาน ไม่รู้็ทำไม เวียนหัว

แ่ต่พี่เอกเช้าดูได้สบายมากเลยนะคับ confused smile

#8 By omega on 2009-07-13 17:02

ชุดดูโบราณมาก...
ชอบมุก 3 ค่ะ open-mounthed smile

#9 By oHMu Cze#46 on 2009-07-13 21:38

+ โห! แต่ละเรื่องที่ยกตัวอย่าง ... จุดนัดฝัน เก้าอี้ขาวในห้องแดง มันเก่าถึงขนาดพี่ยังไม่เข้าเรียนมหา'ลัยเลยมังครับนั่น เหอๆๆ sad smile (พอดีพี่ไม่ได้ติดตามแบบเต็มๆ ทั้ง 2 เรื่อง เลยแค่พอรู้ว่ามันอยู่ยุคไหน แต่จำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้วอ่ะครับ แต่ชอบเพลงธีม จุดนัดฝัน นะ confused smile )

#10 By บลูยอชท์ (125.25.8.68) on 2009-07-13 23:53

เพลงเพราะจริงๆครับ

#11 By N.P on 2009-07-14 06:23

ถ้าอดีตฝันวันวาน (Hagusen Nagashi) กล่าวถึงช่วงเวลาเด็ก White Paper นี่ก็เติบโตขึ้นมาอีกหน่อย อาจจะเพราะมายุคเดียวกัน เลยรู้สึกว่า สองเรื่องนี้คล้ายๆ กันค่ะ

แอบอมยิ้มกับความเชยแบบน่ารักในเรื่องนี้เหมือนกัน confused smile เพลงประกอบเพราะจริงๆ

#12 By พ. on 2009-07-14 12:38

ดูจบแล้วเอามาคืนด้วยเน้อ~~~
เอาไปให้ชาวบ้านดูต่อ

#13 By vut (61.90.24.244) on 2009-07-14 22:31

^
^
ได้เรยๆ แต๊งกิ้วมากมาย
มีอีกไหมซัพพลายมาด่วน

#14 By eak early : เอกเช้า on 2009-07-14 22:50

ขอบคุณมากครับSearchเพลงนี้จากไหนเนี่ยผมรอฟังมา14ปีแล้ว

#15 By Papaya (118.175.80.161) on 2010-02-08 12:48