"หนึ่งนั้นให้เป็นพี่ชายของความหลับ

อีกหนึ่งนั้นจงเป็นน้องชายของคำลวง"

 

การเขียนเอ็นทรี่นี้เป็นประหนึ่งการบำบัด เนื่องด้วยตั้งแต่อ่านหนังสือเล่มนี้จบลง ผมก็ไม่สามารถสลัดมันหลุดออกไปจากห้วงคำนึงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกช่วงเล็กๆ ของวันขณะที่ผมว่าง

 

 

นานมากแล้วที่ผมไม่ได้อ่านหนังสือหนาขนาดนี้ (444 หน้า) จบลงในเวลาเพียงหนึ่งวันเศษๆ หนังสือเล่มนี้มีพลังสะกดให้ผมไม่สามารถหยุดอ่านได้ ไม่ต่างอะไรกับที่ผู้คนจำนวนมากไม่สามารถหยุดอ่านนิยายแปลทริลเลอร์เล่มโตๆ ที่พะกันว่า Unputdownable หรือ Unstoppable ทีเดียว

 

นิยายเรื่องนี้มีประเด็นและแง่มุมมากมายที่น่ากล่าวถึง แต่ในที่นี้ผมขอจับเพียงแต่ผลกระทบทางอรรถรสที่ผมได้รับเป็นหลักเท่านั้น

 

"ลับแล, แก่งคอย" ในฐานะที่เป็นนิยายแนวชีวิตครอบครัว (family drama - ซึ่งเป็นแนวที่ผมชอบมากที่สุดแนวหนึ่ง) มันทำหน้าที่ได้ดีมากๆ ในแนวทางของมัน มันเป็นเรื่องราวสามชั่วอายุคนของครอบครัวๆ หนึ่งที่ผ่านการถ่ายทอดในลักษณะของเรื่องเล่าโดยสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว มันชวนให้นึกถึงนิยายชีวิตครอบครัวเข้มข้นทรงพลังอย่างผลงานหลายๆ เล่มของเอมี่ ถัง (Amy Tan) เช่น The Joy Luck Club, The Bonesetter's Daughter หรือ The Kitchen God's Wife แต่เป็นเช่นนั้นในมุมมองที่เป็นผู้ชายกว่า มันอาจชวนให้นึกถึง จดหมายจากเมืองไทย ของ โบตั๋น หรือ ลอดลายมังกร ของ ประภัสสร เสวิกุล ก็ยังได้ ในแง่ที่เรื่องเล่าเข้มข้นนั้นมีการขึ้นการลงของชะตาชีวิตของตัวละครในครอบครัวที่โยกคลอน (move) คนอ่านได้อย่างชะงัด แต่เป็นเช่นนั้นด้วยลักษณะสัจนิยมที่เส้นแบ่งระหว่างการเป็นชีวประวัติของผู้เขียนกับการเป็นเรื่องแต่งนั้นช่างเลือนบางเหลือเกิน หาใช่เมโลดราม่าตามขนบนิยายเหล่านั้นที่เราคุ้นเคย

 

เหนืออื่นใด "ลับแล, แก่งคอย" เป็นนิยายชีวิตครอบครัวที่พาเราไปไกลเกินว่าที่นิยายชีวิตครอบครัวดีๆ ทั่วไปเคยพาไปถึง ซึ่งผมไม่อาจและไม่สมควรเขียนถึงเป็นอย่างยิ่งในที่นี้ มันหลอนเราและช็อคเราราวกับผีร้าย (ครั้งล่าสุดสำหรับผม เห็นจะเป็น "การล่มสลายของสถาบันครอบครัวที่ความรักไม่อาจเยียวยา" ของ อรุณวดี อรุณมาศ กระมัง ที่เคยพาผมออกไปไกลกว่านิยายชีวิตครอบครัวทั่วไป) 

 

อาจด้วยผู้เขียน อุทิศ เหมะมูล เป็นนักดูหนังตัวยงคนหนึ่ง งานเขียนของเขาจึงสามารถสร้างภาพที่แจ่มชัดได้ในห้วงจินตนาการของผู้อ่าน บรรยากาศและสถานที่ชัดเจนเสียจนราวกับเรากำลังนั่งชมภาพยนตร์ ที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษประการหนึ่งก็คือวิธีการที่อุทิศบรรยายความสกปรกชั่วร้าย คำที่เขาเลือกใช้ การเรียงร้อยถ้อยคำเหล่านั้นเป็นประโยค เป็นย่อหน้า ตลอดจนการเว้นวรรค ชวนให้ผมต้องอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยทึ่งในพลังของถ้อยคำที่ทำให้ผมมีอารมณ์ร่วมได้อย่างชัดเจน ราวกับผมได้ยินดนตรีประกอบอันน่าสะพรึง ราวกับเราเข้าไปมีส่วนร่วมในพฤติกรรมชั่วช้าเหล่านั้นด้วยก็ไม่ปาน

 

ขณะเดียวกัน วิธีการที่อุทิศบรรยายถึงความเศร้า ก็ทำให้ผมเศร้าตามไปได้อย่างสุดใจ

 

ครั้งหน้าที่ผมต้องเดินทางผ่านถนนมิตรภาพที่เป็นฉากหลักของนิยายเรื่องนี้ แน่นอนเป็นที่สุดที่ผมจะเฝ้ามองสองข้างทางช่วงแก่งคอยกับทับกวางอย่างจดจ่อด้วยสายตาที่ไม่หมือนเห็นเป็นแค่ทางผ่านเช่นเคยอีกต่อไป

 

คุณน่าจะชอบนิยายเรื่องนี้ถ้าคุณชอบบางเสี้ยวส่วนของสิ่งต่อไปนี้: นิยายชีวิตครอบครัวเข้มข้นเช่นเรื่องต่างๆ ที่ได้กล่าวถึงข้างต้น, Life of Pi ของ ยาน มาเทล, หนังดราม่าครอบครัวเข้มๆ เจือบรรยากาศทริลเลอร์ เช่น The Return หนังรัสเซียของ อันเดร ชวากินเซฟ (Andrei Zvyagintsev)

 

ป.ล. 1 ความตัวเอียงในเครื่องหมายอัญประกาศและชื่อเอ็นทรี่ ยกมาจากในหนังสือ

ป.ล. 2 ผมว่านิยายเล่มนี้ เหมาะสมจะนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์อย่างที่สุดครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านงานของคุณอนุสรณ์ที่แนะนำไปแล้ว 4 เล่ม
เฉพาะชั้นหนังสือเล็กๆตรงหัวเตียงยังมี

- จดหมายจากเมืองไทย โบตั๋น
- ชุดเรื่องสั้น 10 เล่มของยาขอบ อย่าง
รักและร้าง,หวานน้ำผึ้ง,จดหมายเจ้าแก้ว ฯลฯ
- จดหมายรักในชีวิตจริง ของยาขอบ

ที่ยังรอการอ่านอยู่ จะเสียมารยาท
ลัดเอาเล่มที่คุณเอกแนะนำมาอ่านก่อนดีไหมหนอ?
ปลายเดือนนี้อมรินทร์มีงานลดราคาพอดี
น่าจะได้ไปซื้อตอนนั้นพอดี

confused smile

#1 By มนุษย์เพลง on 2009-07-20 23:15

คุณ มนุษย์เพลง

ว้าว มีเพื่อนเป็นแฟนหนังสืออาจารย์ต้น อนุสรณ์เพิ่มอีกคนแล้ว ดีใจครับ

จดหมายจากเมืองไทย เป็นหนึ่งในหนังสือในดวงใจของผมเลยนะครับ

สำหรับว่าจะแทรกคิวอ่านเล่มนี้ดีไหม อันนี้ก็แล้วแต่อัธยาศัยเลยครับ บอกให้ว่าผมก็ลัดคิวอ่านเหมือนกันฮะ

#2 By eak early : เอกเช้า on 2009-07-20 23:29

น่าสนใจมากครับ

เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปซื้อ

#3 By ฟ้าดิน (114.128.176.149) on 2009-07-21 00:19

จดชื่อไว้ เดี๋ยวไปสอยมั่ง ^^

#4 By renton (125.25.5.53) on 2009-07-21 00:27

ผ่านร้านหนังสือหลายครั้ง โดนใจกับหน้าปก ว่าจะซื้อๆ แต่เห็นความหนาแล้วเอาไว้ก่อน สงสัยต้องไปซื้อมาอ่านบ้างแล้วครับ big smile

#5 By Faris Cassidy on 2009-07-21 10:46

ผมเป็นคนที่แพ้ให้กับความหนาของหนังสือครับ เห็นเล่มหนาๆแล้วมักถอดใจไปเสียก่อนครับ (เป็นนิสัยที่แย่จริงๆครับ sad smile )

แต่เห็นพี่เขียนถึงขนาดนี้ ผมคงต้องหามามาอ่านแล้วละเลียดด้วยคนแล้วสิครับ

อ่านแล้วจะขอมาคุยด้วยอีกทีครับพี่ big smile

#6 By Seam - C on 2009-07-21 11:11

อดทนอ่านดาวินชี่โค้ดทั้งๆที่รู้ตอนจบอยู่แล้วช่างทรมานมาก แต่ผมว่าการอ่านนิยายชีวิตครอบครัวเข้มข้นแบบนี้ (เช่น Joy Luck Club )ช่างน่าทรมานกว่า น่าอิจฉาพี่จริงๆ พลังในการอ่านเยอะมากมาย ฮ่าๆ

#7 By omega on 2009-07-21 16:19

วาว น่าสนใจมากๆ ครับ
+ งืมๆ พี่ร้างลาจากการเสพติดบันเทิงคดีเล่มหนาๆ มานานมากกกกก แล้วครับ ... แต่น้องเอกเล่นบรรยายเล่มนี้ซะจนแทบจะอยากไปควานหามาอ่านซะเด๋วนี้เลยทีเดียวนะนี่ confused smile

+ เฝ้ารอคน "ตาถึง" ที่จะหยิบยกเอาหนังสือดีๆ เยี่ยงนี้มาทำเป็นหนังให้พวกเราได้ดูกันเช่นกันขอรับ surprised smile

+ น้องเอกไก่โห่นี่ เอาครบทุกแนวเลยแฮะ ไม่ว่าจะเป็นหนัง, ซีรีส์+ละคร, เพลง, หนังสือ ... เก็บหมด ช่างเป็นนักเสพศิลปะตัวยงจริงๆ เลยอ่า big smile

#9 By บลูยอชท์ (125.27.53.221) on 2009-07-21 23:53

โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าผมน่าจะชอบนิยายเรื่องนี้ เพราะคุณเอกชอบนี่แหละครับ

เดี๋ยวเย็นนี้ไปซื้อเลย (แต่เอามาดองไว้ก่อนนะ ตอนนี้ติด 24 Day7 อยู่)big smile

#10 By (202.134.119.218) on 2009-07-22 17:49

แหงะ ลืมใส่ชื่อ sad smile

#11 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2009-07-22 17:49

+ ขอบคุณสำหรับพรนะขอรับ ... ไว้พี่จะรออ่านเม้นต์แบบยาวๆ จุใจของน้องเอกไก่โห่อีกทีเน้อคร้าบบบ cry

#12 By บลูยอชท์ (125.25.11.232) on 2009-07-22 23:15

หมอนิล เขียนถึง ลับแล, แก่งคอย
http://bookhemian.exteen.com/20090723/entry

พี่ grappa เขียถึง ลับแล, แก่งคอย
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=a-wild-sheep-chase&month=04-2009&date=20&group=1&gblog=159

#13 By eak early : เอกเช้า on 2009-07-23 21:36

อ่านที่คุณเขียนแล้วก็ทำให้เข้าใจตัวเองขึ้นอีกเยอะครับ ว่าทำไมชอบนิยายเรื่องนี้มากขนาดนั้นbig smile Hot!

#14 By N.P on 2009-07-23 21:39

+ หนังของ ผกก.วินเตอร์บ็อตทอมที่น้องเอกชอบที่สุด ถ้าพี่จำไม่ผิดจากที่เคยอ่านเม้นต์มา คุ้นๆ ว่าใช่ 9 songs รึเปล่านะครับ? (พี่เห็นที่ร้านบูมเมอแรงแล้วล่ะ แต่ไม่กล้าซื้อเข้าบ้าน แค่ตอนนี้บนชั้น DVD พี่ที่มี Irreversible, A clockwork orange, Requiem for a dream , etc. (จิ๊กเพื่อน & ซื้อมาดองไว้ ยังไม่ได้ดูซักเรื่องเลยนะนั่น sad smile ) นั่นก็ดูแรงพอแล้วอ่ะครับ เด๋วที่บ้านจะมองพี่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เหอๆๆ sad smile )

#15 By บลูยอชท์ (125.25.53.208) on 2009-07-23 23:11

อันนี้ สุดยอด
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1248266361&grpid=01&catid=08

#16 By grappa (115.87.129.166) on 2009-07-23 23:19

อยากอ่านๆ

#17 By ป๋วย (125.25.216.223) on 2009-07-26 18:58

นวนิยายเรื่องนี้ฟังแต่ชื่อก็รู้สึกกินใจสุดยอดแล้วคะทําให้เป็นแรงดึงดูดของผู้ที่สนใจ....รวมถึงตัวดิฉันเองด้วยคะคุณครูนํามาใช้เป็นการเรียนการสอนจึงทําให้ดิฉันรู้จักนวนิยายเรื่อง..ลับแล.แก่งคอย.เจ้าค่ะ

#18 By เด็กอุบล (118.175.7.203) on 2009-09-23 10:04

สอยมาแล้วครับ ตามคำแนะนำของคุณ

#19 By คนขับช้า on 2009-10-16 14:33

ซื้อมาอ่านแล้วค่า เมื่ออ่าน

รู้สึกว่าจะแทบวางไม่ลง

รู้สึกสนุกและมีแง่มุมต่างๆ

ที่นำมาใช้กับชีวิตประจำวันไดค่ะ

#20 By วันค่า (118.172.151.81) on 2009-10-18 17:12

อ่านจบแล้วจ้า อึ้งจนหน้าสุกท้ายเลย เจ๋งจริงๆ

#21 By คนขับช้า on 2009-10-31 19:41