ลับแล, แก่งคอย : กับบางชีวิต การมีอยู่ของเขาไม่สำคัญเท่ากับการจากไป
posted on 20 Jul 2009 22:30 by eakearly in Booksอีกหนึ่งนั้นจงเป็นน้องชายของคำลวง"
การเขียนเอ็นทรี่นี้เป็นประหนึ่งการบำบัด เนื่องด้วยตั้งแต่อ่านหนังสือเล่มนี้จบลง ผมก็ไม่สามารถสลัดมันหลุดออกไปจากห้วงคำนึงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกช่วงเล็กๆ ของวันขณะที่ผมว่าง
นานมากแล้วที่ผมไม่ได้อ่านหนังสือหนาขนาดนี้ (444 หน้า) จบลงในเวลาเพียงหนึ่งวันเศษๆ หนังสือเล่มนี้มีพลังสะกดให้ผมไม่สามารถหยุดอ่านได้ ไม่ต่างอะไรกับที่ผู้คนจำนวนมากไม่สามารถหยุดอ่านนิยายแปลทริลเลอร์เล่มโตๆ ที่พะกันว่า Unputdownable หรือ Unstoppable ทีเดียว
นิยายเรื่องนี้มีประเด็นและแง่มุมมากมายที่น่ากล่าวถึง แต่ในที่นี้ผมขอจับเพียงแต่ผลกระทบทางอรรถรสที่ผมได้รับเป็นหลักเท่านั้น
"ลับแล, แก่งคอย" ในฐานะที่เป็นนิยายแนวชีวิตครอบครัว (family drama - ซึ่งเป็นแนวที่ผมชอบมากที่สุดแนวหนึ่ง) มันทำหน้าที่ได้ดีมากๆ ในแนวทางของมัน มันเป็นเรื่องราวสามชั่วอายุคนของครอบครัวๆ หนึ่งที่ผ่านการถ่ายทอดในลักษณะของเรื่องเล่าโดยสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว มันชวนให้นึกถึงนิยายชีวิตครอบครัวเข้มข้นทรงพลังอย่างผลงานหลายๆ เล่มของเอมี่ ถัง (Amy Tan) เช่น The Joy Luck Club, The Bonesetter's Daughter หรือ The Kitchen God's Wife แต่เป็นเช่นนั้นในมุมมองที่เป็นผู้ชายกว่า มันอาจชวนให้นึกถึง จดหมายจากเมืองไทย ของ โบตั๋น หรือ ลอดลายมังกร ของ ประภัสสร เสวิกุล ก็ยังได้ ในแง่ที่เรื่องเล่าเข้มข้นนั้นมีการขึ้นการลงของชะตาชีวิตของตัวละครในครอบครัวที่โยกคลอน (move) คนอ่านได้อย่างชะงัด แต่เป็นเช่นนั้นด้วยลักษณะสัจนิยมที่เส้นแบ่งระหว่างการเป็นชีวประวัติของผู้เขียนกับการเป็นเรื่องแต่งนั้นช่างเลือนบางเหลือเกิน หาใช่เมโลดราม่าตามขนบนิยายเหล่านั้นที่เราคุ้นเคย
เหนืออื่นใด "ลับแล, แก่งคอย" เป็นนิยายชีวิตครอบครัวที่พาเราไปไกลเกินว่าที่นิยายชีวิตครอบครัวดีๆ ทั่วไปเคยพาไปถึง ซึ่งผมไม่อาจและไม่สมควรเขียนถึงเป็นอย่างยิ่งในที่นี้ มันหลอนเราและช็อคเราราวกับผีร้าย (ครั้งล่าสุดสำหรับผม เห็นจะเป็น "การล่มสลายของสถาบันครอบครัวที่ความรักไม่อาจเยียวยา" ของ อรุณวดี อรุณมาศ กระมัง ที่เคยพาผมออกไปไกลกว่านิยายชีวิตครอบครัวทั่วไป)
อาจด้วยผู้เขียน อุทิศ เหมะมูล เป็นนักดูหนังตัวยงคนหนึ่ง งานเขียนของเขาจึงสามารถสร้างภาพที่แจ่มชัดได้ในห้วงจินตนาการของผู้อ่าน บรรยากาศและสถานที่ชัดเจนเสียจนราวกับเรากำลังนั่งชมภาพยนตร์ ที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษประการหนึ่งก็คือวิธีการที่อุทิศบรรยายความสกปรกชั่วร้าย คำที่เขาเลือกใช้ การเรียงร้อยถ้อยคำเหล่านั้นเป็นประโยค เป็นย่อหน้า ตลอดจนการเว้นวรรค ชวนให้ผมต้องอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยทึ่งในพลังของถ้อยคำที่ทำให้ผมมีอารมณ์ร่วมได้อย่างชัดเจน ราวกับผมได้ยินดนตรีประกอบอันน่าสะพรึง ราวกับเราเข้าไปมีส่วนร่วมในพฤติกรรมชั่วช้าเหล่านั้นด้วยก็ไม่ปาน
ขณะเดียวกัน วิธีการที่อุทิศบรรยายถึงความเศร้า ก็ทำให้ผมเศร้าตามไปได้อย่างสุดใจ
ครั้งหน้าที่ผมต้องเดินทางผ่านถนนมิตรภาพที่เป็นฉากหลักของนิยายเรื่องนี้ แน่นอนเป็นที่สุดที่ผมจะเฝ้ามองสองข้างทางช่วงแก่งคอยกับทับกวางอย่างจดจ่อด้วยสายตาที่ไม่หมือนเห็นเป็นแค่ทางผ่านเช่นเคยอีกต่อไป
คุณน่าจะชอบนิยายเรื่องนี้ถ้าคุณชอบบางเสี้ยวส่วนของสิ่งต่อไปนี้: นิยายชีวิตครอบครัวเข้มข้นเช่นเรื่องต่างๆ ที่ได้กล่าวถึงข้างต้น, Life of Pi ของ ยาน มาเทล, หนังดราม่าครอบครัวเข้มๆ เจือบรรยากาศทริลเลอร์ เช่น The Return หนังรัสเซียของ อันเดร ชวากินเซฟ (Andrei Zvyagintsev)
ป.ล. 1 ความตัวเอียงในเครื่องหมายอัญประกาศและชื่อเอ็นทรี่ ยกมาจากในหนังสือ
ป.ล. 2 ผมว่านิยายเล่มนี้ เหมาะสมจะนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์อย่างที่สุดครับ

)
เฉพาะชั้นหนังสือเล็กๆตรงหัวเตียงยังมี
- จดหมายจากเมืองไทย โบตั๋น
- ชุดเรื่องสั้น 10 เล่มของยาขอบ อย่าง
รักและร้าง,หวานน้ำผึ้ง,จดหมายเจ้าแก้ว ฯลฯ
- จดหมายรักในชีวิตจริง ของยาขอบ
ที่ยังรอการอ่านอยู่ จะเสียมารยาท
ลัดเอาเล่มที่คุณเอกแนะนำมาอ่านก่อนดีไหมหนอ?
ปลายเดือนนี้อมรินทร์มีงานลดราคาพอดี
น่าจะได้ไปซื้อตอนนั้นพอดี
#1 By มนุษย์เพลง on 2009-07-20 23:15