หลังจากแม่เสียชีวิตลง โอลิวิเยร์ ลูกชายคนเล็กของบ้านพบว่าสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของเขาก็คือโลกของมาร์ค พี่ชายคนรองที่มักจะเผาทิ้งแต่ละวันไปกับการแกร่วอยู่กับแก็งค์เพื่อนในละแวกบ้าน โอลิวิเยร์เห็นมันเป็นเหมือนบันไดเดียวแห่งการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หากแต่มาร์คกลับคอยกีดกันและไล่ให้โอลิวิเยร์กลับบ้านไปก่อนเสมอเมื่อกิจกรรมนั่งแกร่วหรือว่ายน้ำในทะเลสาบกับกลุ่มเพื่อนเปลี่ยนไปเป็นการเสพยาหรือมีเซ็กซ์ ในยามค่ำอันแสนเหงา โอลิวิเยร์หยิบรูปแม่มาตั้งบนโต๊ะในห้องนอนแล้วพูดคุยกับรูปเหล่านั้นราวกับแม่ยังมีชีวิตอยู่

 

การคุยกับรูปแม่ทุกคืนของโอลิวิเยร์ทำให้มาร์คเป็นกังวล เขาชวนน้องให้เอาเถ้ากระดูกของแม่ไปโปรยในแม่น้ำด้วยหวังให้น้องตัดขาดจากอาการดังกล่าว เขาบอกให้น้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ไม่นานหลังจากนั้น โอลิวิเยร์กลับเริ่มรู้สึกว่าไม่สามารถพึ่งพามาร์คได้ เขาเฝ้าคิดถึงคริสโตเฟอร์ พี่ชายคนโต และรอคอยให้พี่ที่กำลังติดคุกอยู่กลับออกมาไวๆ

 

เมื่อคริสโตเฟอร์ออกจากคุก มาร์คที่เพิ่งถูกแก็งค์ค้ายาเล่นเจียนตายหวังให้พี่ชายที่เคยเป็นนักเลงมาก่อนช่วยชำระแค้นให้ แต่คริสโตเฟอร์ปฏิเสธ เขาได้งานเป็นพนักงานในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์กะกลางคืน ตั้งใจทำงานหนักแม้งานจะน่าเบื่อเพียงใดก็ตาม เขาหันหลังแล้วอย่างสิ้นเชิงให้กับโลกดำมืดที่เคยทำให้เขาติดคุกมาก่อน และกำลังมองเห็นมาร์คค่อยๆ ก้าวซ้ำรอยทางเดิมของตนอย่างยากจะทัดทาน

 

Three Dancing Slaves เป็นผลงานกำกับของกาเอล โมเรล ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวฝรั่งเศสอดีตนักแสดงวัยรุ่นที่เคยเป็นที่จดจำจากหนังของ อองเดร เตชิเน่ เรื่อง Wild Reeds ในยุค 90 (ผลงานการกำกับของเขาเรื่อง After Him ที่นำแสดงโดยแคทเธอรีน เดอเนิฟ เคยเข้าฉายในเทศกาลบ้านเราเมื่อปีก่อน) และร่วมเขียนบทโดยคริสโตเฟอร์ โอโนเร่ เจ้าของผลงานกำกับเรื่อง Ma Mere อันลือลั่น หนังเรื่องนี้ของโมเรลเล่าความสัมพันธ์ของพี่น้องสามคนในครอบครัวที่เพิ่งสูญเสียแม่ เหลือเพียงแต่พ่อที่หวังพึ่งอะไรไม่ได้  (ลูกชายปั้นปึ่งตวาดด่าพ่อโดยที่พ่อไม่อาจตอบโต้อะไรได้นอกจากบ่นบ้า) เราอาจคุ้นเคยกันมากกว่ากับหนังดราม่าครอบครัวเข้มข้นที่เล่าเรื่องพี่น้องผู้หญิงกับความสัมพันธ์ทั้งรักทั้งเกลียด Three Dancing Slaves ก็มาในแนวทางนั้น หากแต่เป็นการเล่าเรื่องพี่น้องชายล้วนแทน นาทีหนึ่งพวกเขาก็รักและกอดคอขยี้หัวกัน แต่อีกนาทีถัดมาก็ด่าทอชกต่อยกันราวกับเกลียดกันมาจากชาติปางไหน ความเข้มข้นที่ตรึงเราติดเก้าอี้ได้ตลอดมาจากการเล่าเรื่องในส่วนนี้

 

ก่อนได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ผมเคยได้ชมผลงานของทั้งโมเรลและโอโนเร่มาบ้างแล้ว แต่เป็นผลงานที่ผลิตขึ้นหลังจากเรื่องนี้ทั้งสิ้น ผมพบว่า Three Dancing Slaves มีลายเซ็นของทั้งสองอยู่อย่างชัดเจน การดำดิ่งลงไปในเชิงดราม่าของตัวละครแบบโมเรลมีปรากฏให้เห็น แม้ยังไม่ลึกเท่าที่เขาทำไว้ใน After Him แต่ก็อาจไม่ยุติธรรมนักหากจะกล่าวเช่นนั้นเมื่อพิจารณาว่านี่เป็นผลงานที่มาก่อน (ฉากที่มาร์คเล่าถึงนาทีสุดท้ายของแม่ให้คริสโตเฟอร์ฟังเยี่ยมยอดและทรงพลังมาก และฉากบนโต๊ะอาหารในซีเควนซ์สุดท้ายก็เหมือนมีระเบิดเวลาให้คอยลุ้นอยู่ตลอด) ขณะเดียวกัน ฉากแรงๆ อันเป็นลายเซ็นของโอโนเร่ก็มีปรากฏให้เห็นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นฉากมาร์คถูกรุมจากแก็งค์อันธพาลที่ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ ฉากสามพี่น้องเปลือยกายหลับใหลกอดก่าย หรือฉากที่พ่อเข้ามาเห็นมาร์คกำลังตัดขนในที่ลับของตน (นัยยะการเกลียดสายเลือดตัวเองทั้งระดับครอบครัวและเชื้อชาติรุนแรงมากในฉากนี้ เมื่อพิจารณาว่ามาร์คเป็นเพียงคนเดียวที่ดูไม่ใช่ชาวฝรั่งเศสผิวขาวอย่างพี่น้องคนอื่นและพ่อ) อย่างไรก็ตาม ความแรงของฉากเหล่านี้ยังคงห่างชั้นจาก Ma Mere อยู่อีกไกล (แต่ก็คงหายากอยู่ล่ะ หนังที่จะแรงมากกว่า Ma Mere)

 

เมื่อถึงจุดหนึ่งที่พี่น้องทั้งสามรู้สึกต่างกันจนไม่อาจอยู่ร่วมกันได้อีกต่อไป ต่างคนต่างก็หันหลังให้กันและก้าวไปตามทางของตน คริสโตเฟอร์ลุยงานหนักโดยตั้งตนอยู่ในความสุจริตที่สุดอย่างเย็นชาจนน่ากลัว มาร์คออกล้างแค้นแบบลุยเดี่ยวลงนรกอย่างไม่กลัวอะไรอีก โอลิวิเยร์หนีออกจากบ้านไปกับเพื่อนเกย์ชาวอาหรับและหลงกันอย่างแทบโงหัวไม่ขึ้น

 

ชื่อหนังชวนให้เราคิดว่าสามพี่น้องใช้ชีวิตไม่ต่างอะไรกับการเต้นรำที่ไม่อาจร่วมท่วงทำนองเดียวกันได้ แต่อาจเพราะความเป็นพี่น้อง ที่ทำให้ไม่ว่าจะพยายามหนีจากกันเพียงใด มันก็เหมือนมีแม่เหล็กลึกลับที่ดึงดูดพวกเขากลับมาหากันอยู่เสมอ

 

ไม่ต่างอะไรกับการเต้นรำอันหนักหน่วงและไม่มีวันสิ้นสุดในห้องกระจกที่ปิดตาย

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

จากบนลงล่าง มาร์ค (Nicolas Cazalé), โอลิวิเยร์ (Thomas Dumerchez), คริสโตเฟอร์ (Stéphane Rideau)

Title: Three Dancing Slaves (Le Clan, 2004)

Directed by Gael Morel

Written by Christophe Honore, Gael Morel

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดูแล้วน่าดูจัง
ว่าแต่ จะหาดูได้จากไหนละเนี่ย -*-

#1 By SoYen on 2009-09-19 00:46

อยากดู Ma Mere แง
เรื่องนี้ก็เขียนซะน่าดูเลย (ชอบ After Him มากๆๆๆๆๆ)

#2 By nanoguy on 2009-09-19 01:02

จากที่อ่านผ่านๆและดูจากรูปแล้วผมรู้สึกว่าหนังน่าจะมีกลิ่นฮอร์โมนพลุ่งพล่านมากๆ

แต่พอตั้งใจอ่านแล้วรู้สึกว่าหนังน่าจะหนักมากๆแทน

ทั้งนี้ทั้งนั้นจะลองหามาดูครับพร้อมทั้ง After Him ด้วย สำหรับ Ma Mere คงได้ดูก่อนเพราะหาได้แล้วครับ

ปล. พี่ได้วีซ่า จะไปไหนหรือครับ???
ปลล. สำหรับหนังสือ 8 1/2 ริกเตอร์นั้นผมระบายลงบล็อคเรียบร้อยแ้ล้วครับ (แต่รู้สึกว่ายังขาดๆอยู่ ไว้ว่าจะอ่านอีกรอบครับ big smile )

#3 By Seam - C on 2009-09-19 12:25

หนังฝรั่งเศษเนี่ย พึ่งดู Flenders (สะกดผิดป่าวหว่า)ไป หลอนหดหู่ฉิบ แม้ที่พี่เล่ามามันจะน่าดูก็ตามเถอะ ฮ่าๆsad smile

#4 By omega on 2009-09-19 13:28

เคยอยากดู After Him จนลืมไปแล้วว่าเคยอยากดู sad smile แต่พออ่านเรื่องนี้ผมสนใจในส่วนตัวเรื่องมากกว่า ทำให้อยากดู Ma Mere ด้วย เดี๋ยวคงตามเก็บในเวลาอันยาวครับ

#5 By binkybear on 2009-09-20 11:32

ว่าเหมือนคนอื่นๆ เขียนซะน่าดูเลย

อ่านแล้วอยากดู Ma Mere แล้วพอเห็นนาโนบอกว่าชอบ After Him มากๆก็อยากดู After Him ด้วย (หายากนะ หนังที่นาโนชอบมากเนี่ย) แต่ท่าทางจะหาดูยากทุกเรื่อง

แต่ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรยากเกินความพยายาม big smile

#6 By แฟนผมฯ (117.47.152.61) on 2009-09-20 18:21

ยืมนาโนเนี่ยนะ!!!

เฮ่ย ไม่เอาดีกว่า เกรงใจน้องมัน อยู่ตั้งระยอง ต้องวุ่นวายส่งไปรษณีย์อีก เดี๋ยวเสิร์ชๆ หาเอาในเน็ตนี่แหละ

บล็อคเอวีไม่มาเร็วๆนี้หรอก อาจจะมาพร้อมนเรศวรภาค 3 โน่นเลย 555++

#7 By แฟนผมฯ (117.47.152.61) on 2009-09-20 21:17

55555555 ถ้ายืมก็ให้ยืมได้นะพี่
แต่ไอ้เรื่องที่ผมชอบ ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีทุกเรื่องเนี่ยจิ - -

#8 By nanoguy on 2009-09-21 06:55

+ Ma mere นี่เคยได้ยินกิตติศัพท์ แต่ไม่รู้รายละเอียดแฮะ เด๋วไปเสิร์ชหาก่อน ... After him เหมือนพี่จะไม่ค่อยเข้าถึงอารมณ์ของคาแรคเตอร์ (ซึ่งมักจะเป็นอยู่เนืองๆ กับหนังดราม่าครอบครัวจากฝรั่งเศส สงสัยจะลึกเกินไปสำหรับพี่ หุๆ sad smile ) แต่ก็ชอบประมาณนึง โดยเฉพาะออร่าของป้าเดอเนิฟ surprised smile

+ ส่วนเรื่องนี้ ... อูยยยย น่าดูมากมาย รอบปกติคงไม่ต้องหวัง แต่ตามเทศกาลจะมีหลุดเข้ามาฉายบ้างมั้ยครับนี่ cry

+ ล่าสุด พี่เห็นชื่อ(ล็อกอิน)น้องเอกถูกอ้างอิงถึงในบทความของคุณไกรวุฒิ ในไบโอฯ นี่ครับ อ่านแล้วปลื้มไปด้วยเลยฮะ เท่ห์ซ้า big smile

#9 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2009-09-21 10:27

อ่านหัวข้อแล้วนึกว่า คินไดอิจิ การฆาตกรรมในห้องปิดตาย อะไรงิ

#10 By Nui (57.73.28.5) on 2009-09-22 14:27

ได้ยินชื่อมาเหมือนกันครับ แต่ไม่เคยลองเลย ต้องหามาชมบ้าง big smile

#11 By Faris Cassidy on 2009-09-23 00:17

+ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับน้องเอก ... ตอนนี้พี่ไม่คาดหวังอะไรกับพารากอนแล้วล่ะ (สงสัยเค้าไม่เต็มใจจะฉายจริงๆ เหมือนที่ตี้ว่าไว้) วันเสาร์ที่แล้วก็เลยซื้อแพ็คเกจของ SFW 10 ที่นั่งไว้เลย แล้วก็คงดูที่นั่นเกือบหมดแหละครับ แต่จะมีเรื่องนึงที่โปรแกรมมันไม่ได้ เลยอาจหลุดมาพารากอน แต่ก็เป็นวันอังคารหน้าโน่นแหละครับ เด๋ววันเสาร์ตอนไปดูค่อยเดินข้ามไปซื้ออ่า angry smile

+ หูยยยย ... อิจฉา ไปทริปยาวตั้งหลายวันแน่ะครับ (แต่สงสัยกำหนดไว้ล่วงหน้านานจัด เลยดันมาชนกับ BKK IFF เข้าซะได้) ไปที่ไหนเอ่ย? นอกเมืองป่าว กลับมาก็อัพรูปมาให้ยลกันบ้างเน้อคร้าบ confused smile

#12 By บลอทช์ยู (125.25.26.12) on 2009-09-23 00:21

ผมน่าจะไม่เคยดูหนังของ โมเรล เลยมั้ง
แต่เคยดู Ma Mere

ปกติไม่ค่อยนิยมหนังฝรั่งเศสน่ะครับ มักจะมองข้ามไปเสมอ

ปล.ดีจังครับได้ดู Antonio's Secret แล้ว ตอนที่ผมได้ดูก็รู้สึกว่าดีผิดคาด

#13 By aloneagain (124.120.27.103) on 2009-09-23 05:52


น่าดูจังค่ะ Three Dancing Slaves .. ไว้หามาดูบ้าง

Ma Mere แรงจริง

#14 By renton (125.26.129.113) on 2009-09-25 07:27

ได้ข่าวว่าดู Lost อยู่เหรอ?

เข้ามาเชียร์ให้ดูต่อไปนะ ถึงแม้ซีซั่นแรกจะยังดูเหมือนหนังแนวเกาะมหัศจรรย์ แต่ดูต่อไปแล้วจะพบว่าบทมันเทพมากๆ ฉลาดล้ำโลกสุดๆ ไม่ผิดหวังแน่นอน

นี่กะว่าจะหาลับแล แก่งคอยมาอ่านบ้าง เห็นน้องเอกชอบ เลยเชื่อว่ามันต้องดี confused smile

#15 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2009-09-25 09:46

อ่านชื่อแล้วนึกถึงโคนันอะพี่

ฆาตกรรมในห้องปิดตายยย

#16 By ป๋วย (221.216.85.246) on 2009-10-01 13:01