กระจกเงา / เงากระจก

posted on 03 Nov 2009 21:35 by eakearly  in Books

คำนำสำนักพิมพ์บอกว่า กระจกเงา / เงากระจก  เป็นนวนิยายรัก

 

จริงอยู่ เป็นแต่นี่ไม่ใช่นวนิยายรักพาฝัน หากแต่เป็นนวนิยายรักชีวิตเข้มข้นอย่างยากจะแยกออกว่าเรื่องจริงกับเรื่องแต่งนั้นอยู่ตรงไหน

 

คิดว่าผู้ที่เคยอ่าน ลับแล, แก่งคอย มาก่อน คงพอจะจับทางได้หากผมจะกล่าวว่านี่เป็นนวนิยายชีวิตเข้มข้นในลักษณะเดียวกัน หากแต่เน้นไปที่ความสัมพันธ์ของตัวละคร ผม เขา และ เธอในวัยหนุ่มสาว ฉากหลังเป็นยุคร่วมสมัยปัจจุบัน ไม่ใช่นวนิยายชีวิตเอพิคอย่างเล่มที่พิชิตรางวัลซีไรต์นั้น

 

กระจกเงา / เงากระจก เล่าเรื่องสลับกันทีละบทระหว่างเรื่องของ ผม” กับ เขาและเธอ

 

ในภาคของ ผม” นั้น เล่าเรื่องของชายหนุ่มอารมณ์ศิลปินคนหนึ่งกับชีวิตขาขึ้นของเขา การได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของร้านอาหารย่านอาร์ซีเอให้เป็นผู้ช่วยในร้านก่อนจะกลายเป็นดีเจและเป็นประหนึ่งผู้ช่วยผู้จัดการร้านในที่สุด ขณะที่ความเป็นศิลปินในตัวเขาพาเขามาได้ไกลอย่างที่เป็น แต่ก็อาจด้วยความเป็นศิลปินในตัวเขานี่เองที่คอยรั้งเขาไว้ให้การก้าวไปไกลกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เรารับรู้ได้ว่าเขามีความรักแต่หนหลังที่น่าจะเจ็บปวดไม่น้อย และการปรากฏตัวของหญิงสาวน่ารักคนหนึ่งก็พอจะนำพาแสงสว่างอันสดใสมาสู่ชีวิตเขาได้บ้าง แต่เราก็ไม่อาจวางใจได้ว่าความรักครั้งก่อนจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ในปัจจุบันไปในทิศทางใด

 

ในภาคของ เขาและเธอ” เล่าถึงความรักของคนคู่หนึ่งที่เคยห่างหายกันไปในอดีตและกลับมารื้อฟื้นความสัมพันธ์กันอีกครั้งในปัจจุบัน (ณ เวลาของเรื่องที่เล่าในภาคนี้) เราได้รับรู้ว่าการเลิกรากันไปในครั้งก่อนยังความเจ็บปวดมาสู่เธอมากมายเพียงไร และเขาเองก็โหยหาเธอมากมายเพียงไร แต่ไม่นานความหอมหวานก็เริ่มเปลี่ยนแปลงเมื่อสภาพเก่าๆ ที่เคยทำให้ความรักครั้งก่อนต้องพังทลายลงนั้นกลับมาทดสอบทั้งคู่อีกครั้ง

 

สำหรับผม ถึงแม้นวนิยายเรื่องนี้จะเล่าเรื่องรัก แต่ผมรู้สึกว่าความเป็นนวนิยายชีวิตเข้มข้นกลับโดดเด่นยิ่งกว่า  รายละเอียดต่างๆ ในเรื่องไม่ว่าจะเป็นผู้คนหรือสถานที่นั้นล้วนแจ่มชัด เราพบความเชื่อมโยงบางประการในนวนิยายเล่มนี้กับ ลับแล, แก่งคอย” อาจพูดได้ว่าอุทิศ เหมะมูลเขียนนวนิยายทั้งสองเรื่องขึ้นจากบางเสี้ยวส่วนในชีวิตของตนก็อาจจะไม่ผิดนัก และเช่นกันกับ ลับแล, แก่งคอย” เนื้อหาบางส่วนของนวนิยายเล่มนี้ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะนำมากล่าวถึงในที่นี้ และหลายๆ ประเด็นที่น่าสนใจในนวนิยายเล่มนี้ก็ทำเอาผมสองจิตสองใจว่าควรจะกล่าวถึงหรือไม่ (ผมตัดสินใจว่าอย่าดีกว่า แน่นอนว่ากล่าวเช่นนี้ย่อมหมายความว่าการสนทนากันระหว่างผู้ที่อ่านจบแล้วจะมีอรรถรสยิ่งนัก)

 

ที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษอย่างหนึ่งก็คือ อยู่ดีๆ บทที่ 12 อุทิศก็เปลี่ยนกลวิธีการเขียนเป็นแบบกระแสสำนึกเสียอย่างนั้น ในแง่หนึ่งมันสอดคล้องกันพอดีกับสภาพจิตใจของตัวละคร ณ ขณะนั้น และในอีกแง่หนึ่ง มันทำให้บทนี้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ผมรู้สึกเหมือนกำลังจ้องหม้อน้ำที่กำลังค่อยๆ ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเดือดอย่างพลุ่งพล่าน ผมอ่านบทนี้อย่างยากจะวางลง มันต่อเนื่อง ทรงพลัง และชวนตะลึง และเมื่ออ่านจนจบบท ผมถึงกับต้องหยุดพักเลยทีเดียว

 

ขอแนะนำสำหรับผู้ที่ชื่นชอบนวนิยายรักหรือชีวิตเข้มข้น และขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ ลับแล,  แก่งคอย” นี่เป็นเล่มที่มาก่อน รสชาติอาจจะแตกต่าง แต่ควรลิ้มลองครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เห็นขนาดของ ลับแล แก่งคอย แล้วผงะทุกที เพราะเป็นคนอ่านหนังสือไม่เก่ง ผมจึงเคยอ่านแต่งานเรื่องสั้นของเขา แต่พออ่านรายละเอียดเรื่องนี้แล้วน่าอ่านมาก อาจทำให้ผมกล้าหาญพอที่จะอ่าน ลับแล แก่งคอย ก็เป็นได้ confused smile

#1 By binkybear on 2009-11-03 21:58

ยังอ่านลับแล-แก่งคอยไม่ถึงไหนเลย มัวแต่ไปแอ่วเหนือ หุๆๆ เดี๋ยวกลับมาแล้วจะเริ่มลุยล่ะ

ร้านยาของคุณฟ้าดินเป็นหนึ่งในสถานที่น่าแวะอย่างแรง ค่าที่เภสัชคุยสนุกเหลือใจ น้องเอกลองไปทักทายดูได้ ส่วนเรื่องนินทาพี่ เต็มที่เลยน้อง ขอให้สนุกนะ 5555++

#2 By แฟนผมฯ (222.123.240.201) on 2009-11-03 22:26

ซื้อลับแล แก่งคอย มาไว้และคะ แต่ยังไม่มีโอกาสได้อ่าน เดี๊ยวจะลองไปดูเล่มนี้อีกที big smile ขอบคุณที่แนะนำหนังสือดีๆนะคะ

#3 By freeda on 2009-11-03 22:39

ทำให้อยากอ่านลับแลแก่งคอยเข้าไปใหญ่

#4 By omega on 2009-11-04 10:19

น่าลิ้มลอง

ป.ล.
อ่อนนุชหนาวแล้ว(เนอะ)

#5 By อุบล (58.9.180.31) on 2009-11-04 10:33

+ ลอยกระทงที่สวนสันติฯ หนุกหนานเจงๆ เลยเนอะครับ พี่ก็เคยไปมา 2-3 ครั้ง บรรยากาศดีจนอยู่ถึงเที่ยงคืนทุกทีเลยอ่า open-mounthed smile

+ แหะๆ สำหรับเอนทรี่นี้ แล้วพี่จะเม้นต์อะไรล่ะเนี่ย เอาเป็นว่าเข้ามาซึมซับอารมณ์น้องเอกจากที่ได้อ่านเล่มนี้อีกทีแล้วกันฮับ sad smile

+ เมื่อไหร่หนอ ชีวิตพี่ถึงจะมีเวลาว่างพอที่จะได้นั่งอ่านนิยายและบันเทิงคดีทั้งหลายอย่างเป็นสุขอีกครั้งเหมือนสมัยเด็กๆ (แต่คิดว่าคงอีกนาน )

#6 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2009-11-04 11:01

ลับแล, แก่งคอย มีในมือแต่พ่อแฟนเอาไปอ่่านก่อน หลังจากนั้นผมคงได้อ่านครับ

เล่มนี้หายากหรือเปล่าครับพี่? ดูจากหน้าปกแล้วน่าจะเก่าอยู่ น่าสนใจไม่ใช่น้อยครับ big smile

#7 By Seam - C on 2009-11-04 13:09

^
^
พี่ว่าก็หายากอยู่นะ ไม่เคยเห็นตามร้านทั่วไป พี่สอยมาได้จากงานหนังสือน่ะ ถ้าเจอที่ไหนจะมาบอกละกันนะ

#8 By eak early : เอกเช้า on 2009-11-04 20:20

ชื่อ อุทิศ เหมะมูล กำลังมาเลยครับ ผลงานของเขาออกมาเยอะมากช่วงนี้

ส่วนหนึ่งอาจเพราะเป็น นักเขียน ซีไรต์ คนล่าสุด

ลับแล แก่งคอย นอนสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะที่บ้าน เห็นที่ต้องเปิดอ่านโดยเร็วแล้ว

#9 By นกไซเบอร์ on 2009-11-05 09:58

อยากอ่านๆ ท่าทางอุทิศ เหมะมูลจะเป็นนักเีขียนที่น่าจับตามองมากนะนี่ แล้วจะไปสอยมาชื่นชม

ปักกิ่งก็หนาวค่ะ หนาวงั่กๆ เลยแหละ ฮีตเตอร์กลางของมหาลัยเปิดแล้วด้วย วันที่หนึ่งที่ผ่านมาหิมะตกหนักมากกกก เด็กไทยทั้งหลายดี๊ด๊าเป็นพิเศษ ได้เห็นหิมะตกหนาเป็นคืบ

#10 By ป๋วย (222.131.62.193) on 2009-11-05 11:41

นี่คือ หนึ่งเล่มที่อยากเก็บครับ

ผมมีอีกสามแล้ว น่าจะเหลืออีกสสามใช่ไหมเนี่ยsad smile
ขอบคุณครับพี่่ รบกวนด้วยนะครับ big smile

#12 By Seam - C on 2009-11-07 08:36

ผมเพิ่งอ่านเล่มนี้จบครับ (ยืมมาจากทีเคปาร์ค)

โดยส่วนตัวผมชอบ part "ผม" มากกว่า "เขา เธอ" นิดนึง อาจเป็นเพราะ part "เขา เธอ" ค่อนข้างเครียดกว่า

พออ่านที่คุณเอกเช้าพูด ทำให้ผมเพิ่งทราบว่าบทที่ 12 มันเรียกว่าแบบกระแสสำนึก ผมแค่รู้สึกแปลกใจกับสไตล์ที่เปลี่ยนที่อย่างมากในบทนี้ ผมนึกไปด้วยซ้ำว่าอาจเป็นเพราะถึงจุดสำคัญในท้ายบทที่ 11 ทำให้ผมมึน ตื่นตะลึงกับบทที่ 12

พออ่านเรื่องนี้จบ ผมก็คิดว่า ลับแล, แก่งคอยต้องหามาอ่านแน่ๆ

#13 By shachou (161.200.255.162) on 2009-11-09 23:27

น่าสนแฮะ แต่ผมไม่ได้อ่านหนังสือจริงๆจังเลยตลอดเกือบสองเดือนที่ผ่านมา หนังสือที่ซื้อมากองอยู่บนชั้น บางเล่มยังไม่ถูกแกะออกจากห่อด้วยซ้ำไป ไม่ได้จดจ่อกับอะไรเป็นพิเศษเหมือนเมื่อก่อนเลย อืม..ผมมีร้านหนังสือเก่าที่อยู่พันธ์ทิพย์งามวงษ์วานแนะนำ มีหนังสือเก่าๆเยอะมาก ผมได้หลายเล่มที่ตามหาอยู่จากที่นี่แหละครับ สนใจบอกเน้อ

#14 By มนุษย์เพลง on 2009-11-13 15:05