คำเตือน: เอ็นทรี่นี้จะเพ้อเจ้อมาก อนุญาตให้ข้ามไปได้หากไม่ถูกจักรวาลท่าน

------------------------------------------------

คุณเคยมีความรู้สึกแบบนี้หรือไม่ โหยหาบางสถานที่ที่จากมาแทบขาดใจ...

ผมมี และผมกำลังจะเล่าให้ฟัง

 

อันที่จริง ผมว่ามันเป็นองค์ประกอบรวมๆ กันของสิ่งต่างๆ ณ เวลานั้นในอดีต มากกว่าจะเป็นแค่ที่ตัวสถานที่จริงๆ เราเคยอยู่ที่นั่น ณ ห้วงเวลาหนึ่ง อาจจะสั้น อาจจะยาว มีเรื่องราวเกิดขึ้นที่นั่น ความรู้สึกขณะนั้นอาจเป็นแบบหนึ่ง และเมื่อเราจากมันมา และเวลาผ่านพ้นไป เมื่อค้นรูปเก่าๆ หรือมีอะไรมาสะกิดใจให้นึกถึง เรากลับรู้สึกได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ไล่ขึ้นมาเป็นริ้วๆ อย่างรวดเร็วและลอยอวลเชื่องช้าอยู่ในอกอย่างนั้น มันเป็นความรู้สึกโหยหา อยากกลับไป ทั้งที่ย้อนกลับไปตอนนั้น เราอาจไม่ได้รู้สึกผูกพันกับสถานที่นั้นมากขนาดนี้เลยก็ได้ ความรู้สึกจะยิ่งยุ่งยากทรมานมากยิ่งขึ้นไปอีก หากมันเป็นสถานที่ที่ไม่สามารถจะกลับไปเยือนอีกครั้งได้ง่ายๆ พิมพ์ชื่อสถานที่นั้นลงไปในเสิร์ชเอ็นจิ้น ดูรูปภาพของสถานที่นั้นจากลิงค์นับสิบนับร้อยที่ปรากฏขึ้นมา เฝ้าหามุมเดียวกันกับที่เราเคยยืนอยู่ อ่านเรื่องราวของมัน แต่ความรู้สึกนั้นก็บรรเทาลงได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

น่าประหลาดใจไปกว่านั้น บางสถานที่ผมมีโอกาสย้อนกลับไปอีกครั้งได้จริง และเมื่อจากมันมาเป็นครั้งที่สอง ความรู้สึกโหยหากลับมลายไปสิ้น...

ผมคิดว่าบางทีผมอาจจะแค่อยากจมตัวอยู่ในความรู้สึกโหยหาแบบนี้เป็นครั้งคราวอย่างในบ่ายวันเสาร์ที่ฝนกำลังตกเพราะเสพติดในความรู้สึกแบบนี้ มากกว่าจะอยากกลับไปยังสถานที่นั้นจริงๆ เพียงเพื่อจะเสี่ยงว่าความรู้สึกนี้อาจจะหายไปก็ได้

ผมเกิดความรู้สึกแบบนี้กับบางสถานที่ จะลองหยิบยกมาบอกเล่าสักสองสามแห่ง

 

ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่, 2549

ผมไปเชียงใหม่ในปีนั้นกับเพื่อนสองกลุ่ม อาจเรียกได้ว่าเป็นสองทริปต่อกันโดยไม่ได้หยุดพัก ผมจากเพื่อนกลุ่มแรกมาในเช้ามืดของวันหนึ่งขณะที่ทุกคนยังคงหลับใหล ผมไม่ได้ปลุกใครสักคน เพียงแต่ทิ้งโน้ตเอาไว้ว่าผมไปแล้วและจากมาเงียบๆ เพื่อไปพบกับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง และเรากำลังจะขึ้นดอยอินทนนท์ด้วยกันในเช้าวันนั้น และด้วยการประเมินอุณหภูมิบนดอยอย่างโง่เขลาและตื้นเขินของผม ทำให้พี่ที่ใจดีคนหนึ่งในกลุ่มเพื่อนกลุ่มแรกต้องออกปากให้หยิบยืมเสื้อกันหนาวมาช่วยชีวิต

ที่ผมคิดถึงที่สุดหลังจากจากมา คือช่วงเวลาที่รถค่อยๆ ไต่ขึ้นดอยอย่างช้าๆ ที่ตลอดทางนั้นหนาแน่นไปด้วยหมอกยามเช้า และเมื่อขึ้นไปถึงยอดดอย ผมก็พบว่าฟ้ากว้างและลมหนาวรอคอยต้อนรับผมอยู่แล้ว มีแสงอาทิตย์ยามเช้าส่องทะลุหมอกขาวในป่าเขียวตลอดทางที่เราเดินผ่าน ผมและเพื่อนพูดจากันน้อยคำ ต่างคนต่างดื่มด่ำกับบรรยากาศ ณ ขณะนั้นกันมากกว่า ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเพื่อนร่วมเดินทางกลุ่มนี้เป็นเพื่อนกลุ่มที่สนิทที่สุดกลุ่มหนึ่งของผมก็เป็นได้ ที่ทำให้สถานที่นี้มีความสำคัญกับผมมากยิ่งขึ้น

แต่วันนี้ หลังจากที่ผมกลับไปเยือนสถานที่นี้อีกสองครั้งในเดือนพฤศจิกายนกับธันวาคม 2552 ความรู้สึกโหยหามันกลับสูญหายไปหมดแล้ว...

 

สิงคโปร์, ธันวาคม 2550

ผมพบเพื่อนชาวสิงคโปร์ที่รู้จักแต่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนที่นี่ เขาใจดีและตลก ต้อนรับขับสู้ผมกับเพื่อนร่วมเดินทางเป็นอย่างดี นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมจะนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ เมื่อนึกย้อนกลับไป

แต่ที่ผมหวนคิดถึงที่สุด คือช่วงเวลาที่ผมเดินย่ำท้องถนนกรำฝนในยามบ่ายของวันที่ท้องฟ้าเป็นสีขุ่นเนื่องจากฝนเพิ่งลาไป ขึ้น-ลงสถานีรถไฟใต้ดิน กางแผนที่ และดุ่มเดินไปอย่างถูกบ้างผิดบ้าง ตึกรามทรงเก่าและใหม่ สะพานโครงเหล็กที่ตัดข้ามแม่น้ำสิงคโปร์ และทัศนียภาพริมแม่น้ำแถวโบ๊ธคีย์

สถานที่และโมงยามเหล่านั้นยังคงพิมพ์อยู่ในใจ

 

ซิดนี่ย์ ออสเตรเลีย, กันยายน 2552

ในช่วงวันท้ายๆ ของการอยู่ในเมืองนี้ ผมรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างที่สุด ใช่ว่าผมเข้าไปแวะเวียนทุกมิวเซียมหรือท่องผ่านทุกถนนแล้วจนไม่เหลืออะไรให้ค้นหา เปล่าเลย เอาแค่เฉพาะย่านที่สำคัญๆ ผมยังเดินเข้าออกไม่ทั่วเมืองด้วยซ้ำ มีอีกหลายมุมของเมืองที่ผมยังไม่ได้ไป แต่ผมกลับรู้สึกว่าเมืองนี้หมดเสน่ห์ดึงดูดผมแล้ว และอย่างไม่คาดคิด ทุกวันนี้สถานที่นี้กลับกลายเป็นสถานที่ที่ผมรู้สึกโหยหามากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ โดยอธิบายไม่ได้ว่าทำไม

ที่ผมโหยหาที่สุด คือทุกเช้าเย็นที่ต้องเดินไป-กลับระหว่างสวนสาธารณะไฮด์พาร์คกับอ่าวดาร์ลิ่ง ผมกับเพื่อนร่วมเดินทางพับเก็บแผนที่ลงกระเป๋าตั้งแต่วันที่สองของการอยู่ที่นั่นเพราะผังเมืองไม่ยากเกินเข้าใจ ทุกเช้าที่เรามีกำหนดการ เราเดินเร็วกลืนไปกับฝูงชนราวกับคนท้องถิ่นที่กำลังออกจากบ้านไปทำงาน ทุกเย็นที่เราไม่เร่งรีบ เราลองเดินไปตามถนนสายใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำกับเมื่อวาน กลืนตัวเองไปกับฝูงชนท้องถิ่นหลากเชื้อชาติหลังเลิกงาน อย่างไม่รู้เหตุผล ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติของคนที่นี่ให้ความรู้สึกเปราะบางอันแสนสุข แต่ผมก็หลงใหลในความเปราะบางนั้น บางเส้นทางที่เราเลือกเดินอาจจะอ้อมไปบ้าง แต่เราสนุกกับทุกก้าวที่เราย่ำเดิน ในบางคืนของวันธรรมดา เราออกจากที่พักอีกครั้ง เมืองเงียบ และบนถนนบางสายก็ร้างไร้ซึ่งผู้คน มีเพียงแสงไฟสีเหลืองจากเสาไฟฟ้าข้างทางที่ส่องต่อกันเป็นทอดๆ กับเสียงร้องเร่งเร้าจากเสาไฟจราจรเพื่อขอข้ามถนนดังบาดอากาศที่เชียบเย็น เวลาที่ต่างกันของที่นี่กับเมืองไทยทำให้เราท้องหิวในเวลาที่เรียกได้ว่าดึกแล้วของท้องถิ่น เราเดินย่ำไปตามถนนที่เราไม่รู้มาก่อนว่าไม่ใช่แหล่งร้านอาหารท่ามกลางลมหนาวตอนกลางคืน และสุขเหลือเกินเมื่อได้พบกับร้านอาหารญี่ปุ่นอุ่นๆ ที่สำหรับเราแล้ว เหมือนอยู่ๆ ก็โผล่มาง่ายๆ เสียอย่างนั้น และในบางคืน เราก็ต้องจบลงด้วยการเข้าไปกินเบอร์เกอร์ของเชนฟาสต์ฟู้ดชื่อดังด้วยไม่อาจทนเดินหิวไปได้ไกลกว่านั้น

ไม่ใช่ฮาร์เบอร์บริดจ์ ไม่ใช่โอเปร่าเฮาส์ แต่กลับเป็นท้องถนนและโมงยามเรียบง่ายอย่างที่ว่า ที่ผมรู้สึกโหยหาแทบขาดใจ

 

คุณอาจจะหาว่าผมเวิ่นเว้อ และผมก็ไม่แน่ใจว่าคุณจะเข้าใจความรู้สึกที่ผมอธิบายมาทั้งหมดได้หรือไม่ ผมก็แค่ถ่ายทอดความรู้สึกจริงๆ ความรู้สึกหนึ่งที่ผมมีออกมาอย่างซื่อสัตย์

แต่หากคุณมีความรู้สึกคล้ายๆ กันอยู่บ้าง ได้โปรดบอกเล่าเพื่อแบ่งปัน..

 

------------------------------------------------------

All photos by Eak Early

Song "Wherever You Are" by Celeste Prince

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ความรู้สึกคล้ายกันเลย นี่ก็เป็น มันเป็นความรู้สึกที่ทรมานเมื่อเล่าให้ใครฟังกลับไม่มีใครเข้าใจเลย แม้แต่ตัวเราก็อธิบายไม่ถูกความรู้สึกมันคือเหมือนเราโหยหาบางสิ่งไม่รู้ว่าอะไร เราคิดถึงมันมากแต่ก็ไม่รู้อีกว่าคืออะไร คิดถึงบางอย่างจนหนาวจับหัวใจเลยทีเดียว หนูพูดอาจดูเว่อแต่มันเป็นความรู้สึกแบบนั้นจริงๆนะคะ แต่ที่แปลกคือหนูกลับหาสาเหตุไม่ได้ มันไม่ใช่สถานที หรือรูปภาพเก่าๆ หรือสิ่งของเลย angry smile มันทรมานความรู้สึกอย่างบอกไม่ถูก

#20 By ลูกตาล (115.87.174.101|115.87.174.101) on 2014-07-30 15:27

ในทางกลับกันพงศ์สันต์

ไฮด์พาร์กนี่นรกมากสำหรับเรา

เดินผ่านทีไรก็ใจหวิว เพราะรู้ว่านรกรออยู่ตรงหัวมุมนั่น

ทำให้ความรู้สึกดีดีแทบจะเหือดหาย

#19 By zoxmok on 2010-07-01 23:52

หวัดดีค่า
ชอบเอนทรี่นี้นะ ไม่เวิ่นเว้อหรอก

ความรู้สึกโหยหามันเพิ่งเกิดขึ้นกับหนูเมื่อสองสามวันก่อนเอง วันนั้นเป็นวันรับปริญญา (เรียนจบแระ โหะๆ) พอร่วมพิธีแจกปริญญาบัตรเสร็จ หนูกับเพื่อนก็เดินวนเวียนถ่ายรูปกันตามมุมสวย ๆ ในมหาวิทยาลัย แม้จะกินนอนเรียนอยู่ที่นี่มาสองปีแล้ว แต่ไม่เคยได้รู้สึกผูกพันอะไรกับมันมากมาย รู้แต่ว่าเบื่อที่มหาลัยเราชอบสร้างนั่นสร้างนี่ ทำให้เกิดมลพิษในอากาศโดยไม่จำเป็น แต่ระหว่างที่กำลังหามุมถ่ายรูป เดินไปเดินมาบนทางเดินที่สวยงามดีเหมือนกัน เพราะว่าพักหลังฝนตกบ่อยจนต้นไม้เีขียวชอุ่มเป็นพิเศษ ก็รู้สึกขึ้นมาว่า พอต้องจากที่นี่ไปแล้ว คงจะอาลัยอาวรณ์มันอย่างบอกไม่ถูก คงคิดถึงถนนทางเข้ามหาลัยในเวลาที่มันเีขียวขจี ทั้ง ๆ ที่ปกติเวลาเดินผ่านไม่ค่อยจะเหลือบตาชื่นชมมันเท่าไหร่ แอบเศร้าเหมือนกันนะเนี่ย

บางสิ่งบางอย่างอาจจะมีค่าขึ้นมาเมื่อต้องอยู่ห่างมันไปไกลๆ ล่ะมั้ง big smile

#18 By ป๋วย (222.131.59.179) on 2010-07-01 18:58

TYVyJ1 <a href="http://iyhlmxpkoiyv.com/">iyhlmxpkoiyv</a>, [url=http://bjwrnbeahbym.com/]bjwrnbeahbym[/url], [link=http://xogiuseoiylk.com/]xogiuseoiylk[/link], http://lbpiznpylows.com/

#17 By ctblvlw (130.226.155.168) on 2010-07-01 18:15

รูปงดงามมากครับ ส่วนเนื้อหาไม่เพ้อเจ้อเลย อ่านแล้วเหมือนแอบอ่านไดอารี่ของใครคนนึง ;)

#16 By BdMd (124.120.67.158) on 2010-06-26 22:17

ดู Bad Education แล้วนะ

#15 By คนขับช้า on 2010-06-23 19:02

ผมว่าทุกคนน่าจะมีนะครับ สถานที่ที่โหยหา แทบขาดใจ มากบ้างน้อยบ้างก็ตามแต่

#14 By นกไซเบอร์ on 2010-06-21 16:27

ทำ 10 ข้อ เรื่องหนังได้แล้ว อยากอ่านนนนนนน

#13 By แฟนผมฯ (122.248.16.2) on 2010-06-10 16:24

เดี๋ยวผมจะลอกเอนทรี่นี้เองคับ ไม่ต้องห่วง55
Hot! Hot! Hot!
ผมก็มีครับ และถ้ากลับไปอีกลำพังคงจะเดียวดาย

#11 By N.P on 2010-06-09 07:26

อยากไปดอยอ่างขางครับ

#10 By คนขับช้า on 2010-06-08 17:57

เวินเว้อเพ้อเจ้อตรงไหนกับครับพี่ แต่ละบรรทัดแม้เป็นสถานที่ๆผมไม่เคยไปมาก่อน แต่มันก็ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงหลายๆสถานที่ๆมีความรู้สึกคล้ายๆกัน

และตอนนี้ผมคิดถึงเขาใหญ่ในยุคที่หนึ่งที่มีเพื่อนสนิทหัวเราะอยู่รายรอบ big smile

#9 By Seam - C on 2010-06-08 15:01

ตอบ พอกลอน
เอ่อ.. พี่ไม่ได้ตั้งใจจะล้อกับ "สถานที่ที่เราเจิดจรัส" นะ

ตอบ omega
ถูกเลย เพราะตอนไปดอยอินทนนท์ซ้ำอีกสองครั้ง ไม่ได้ฟีลลิ่งเหมือนครั้งนั้นเลย

#8 By eak early : เอกเช้า on 2010-06-08 13:17

ผมว่ามันขึ้นอยู่กับความรู้สึกตอนนั้นด้วยนะคับ ลมบางสายมันพัดวนมาหาเราพอดีช่วงนั้น หุหุ


ป.ล.รู้สึกถึงฉากหนังในหัวขึ้นมาแฮะ

#7 By omega on 2010-06-08 12:19

สวัสดีครับท่านพี่เอกเช้า
รู้สึกร่วมด้วยอย่างแรงคับ
พอดีตอนนี้นั่งสร้างตัวละครที่อยู่ในวัยมัธยมปลายด้วย
เลยยิ่งไปกันใหญ่เลยคับ
จู่ๆ ก็อยากกลับไปโรงเรียน
แน่นอนไม่ใช่โรงเรียนตอนนี้เพราะมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว
แต่เป็นโรงเรียนในความทรงจำ(นั้นละคับ)
ตอบ แฟนผมฯ
ไม่ค่อยอยากนะครับพี่ ด้วยสองเหตุผล หนึ่งคือไม่แน่ใจว่าความรู้สึกแบบนี้จะหายไปไหม อยากให้มีความรู้สึกแบบนี้เหลืออยู่กับบางสถานที่บ้าง มันเป็นแรงบันดาลใจดีเหมือนกัน กับสองคือ ถ้ามีตังค์ ไปประเทศอื่นมั่งดีกว่า (อ้อ แต่ถ้าไปฟรีนี่เอานะ) 555

#5 By eak early : เอกเช้า on 2010-06-08 11:28

อืม... ถ้าเป็นสถานที่นี่ไม่มีที่ๆพี่โหยหาเป็นพิเศษในตอนนี้นะ แต่ถ้าเป็นคนกับชีวิตในบางช่วงวัยก็พอมีอยู่บ้าง 555

พี่ไม่รู้สึกว่ามันเวิ่นเว้อนะครับ ความรู้สึกแบบนี้ใครๆก็น่าจะเคยมีอยู่บ้าง และน้องเอกก็ถ่ายทอดมันออกมาได้ดีทีเดียว

ไปอีกรอบมั๊ยล่ะ? ออสเตรเลียน่ะ จะได้หายคิดถึง big smile

#4 By แฟนผมฯ (122.248.16.2) on 2010-06-08 11:13

อยากกลับไปญี่ปุ่นอีกครั้ง ถ้ามีโอกาสจะขึ้นภูเขาไฟฟูจิล่ะ ไปด้วยกันป่าว

#3 By เหว่าจัง on 2010-06-07 23:57

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By patz'h on 2010-06-07 23:21

เป็นครับ big smile

ที่ที่สอง ปีหน้าเราคงได้เจอกันนะ

#1 By Faris Cassidy on 2010-06-07 23:21