Miss Kicki (2009, Sweden/Taiwan)

Directed by Håkon Liu

Written by Alex Haridi

5/5

 

หนังเรื่องนี้เป็นเหมือนเพชรที่ใครสักคนทำกลิ้งหายไปใต้โซฟา ไม่เห็นใครพูดถึง แต่พอได้มีโอกาสดู เราพบว่า บทภาพยนตร์กับการแสดงของหนังเรื่องนี้ดีมากๆ จนไม่อาจจะเพียงชมแล้วข้ามไปไม่เขียนถึงได้

 

หนังเล่าถึงคิกกี้ (Pernilla August) สาวใหญ่วัยกลางคนชาวสวีเดนที่มีเพื่อนออนไลน์เป็นนักธุรกิจใหญ่ชาวไต้หวัน (รับบทโดยจ้างจื้อเหว่ย หรือพระหัวแตกใน Invisible Waves) คิกกี้เพิ่งกลับมาจากอเมริกา เธอไปทำงานที่นั่นนานเป็นสิบปีโดยทิ้งลูกชายไว้กับยายที่สวีเดน เราเห็นเธอกับลูกชายไม่ได้หมางเมินกัน แต่พยายามจะใกล้ชิดกัน เพียงแต่การที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันมาเป็นสิบปีทำให้เกิดอาการเคอะๆ เขินๆ ไม่รู้จะเข้าหากันอย่างไรมากกว่า เพราะลูกชายก็โตเป็นวัยรุ่นแล้ว วันหนึ่ง เธอตัดสินใจชวนลูกชายไปไต้หวัน ด้วยคิดว่าการเดินทางครั้งนี้จะทำให้สองแม่ลูกได้สานสัมพันธ์และถมเต็มช่องว่างกว่าสิบปีที่หายไป แน่นอน โดยที่ตัวลูกชายไม่ได้เอะใจเลย ว่าทำไมต้องเป็นไต้หวัน

 

หนังมีสองเส้นเรื่องหลัก เส้นเรื่องแรกสุดแสนจะเศร้าสร้อยสะท้อนใจ คิกกี้สาวใหญ่ผู้เปลี่ยวเหงาทึกทักเอาว่าความสัมพันธ์ออนไลน์กับเพื่อนแดนไกลนั้นจริงจัง เธอไปไต้หวันโดยคาดหมายว่าจะไปเซอร์ไพรส์เขา ทั้งที่อีกใจก็ไม่กล้าโผล่ไปทักเขาทั้งที่มีโอกาสอยู่หลายครั้งเพราะไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร เราเห็นคิกกี้ช็อปปิ้งในไทเป ซื้อชุดสวย แวะเวียนไปด้อมๆ มองๆ ฝ่ายชายที่ตึกที่เขาทำงาน เธอได้เห็นจริงๆ ว่าเขารวยและมีตำแหน่งใหญ่โตมาก เธออาจตระหนักว่าช่องว่างทางฐานะของเธอกับเขานั้นช่างกว้างเหลือเกิน ทำให้เธอยิ่งตกประหม่าเข้าไปอีกก็เป็นได้ วันแล้ววันเล่าที่ไต้หวัน เธอได้แต่แอบซ่อนอยู่ตามมุมห้องและซอกหลืบของตัวอาคารสำนักงาน แอบมองเขาและปล่อยให้โอกาสแล้วโอกาสเล่าในการเข้าไปแสดงตัวลอยผ่านหน้าไป

 

 

ส่วนอีกเส้นเรื่องหนึ่งก็กล่าวถึงตัวลูกชาย-วิคเตอร์ (Ludwig Palmell) ตลอดทริปไต้หวันเขากับแม่ไม่ได้เดินทางท่องเที่ยวในไทเปด้วยกันเลย คิกกี้ผู้เป็นแม่บอกให้ต่างคนต่างเที่ยวแล้วตอนเย็นของทุกเย็นก็กลับมาเจอกัน เพื่อจะได้กินข้าวเย็นด้วยกัน อย่างนี้แล้วลูกก็จะได้ไม่ต้องไปไหนมาไหนโดยเอาแม่แก่ๆ ไปด้วย (แต่จริงๆ แล้วเธอก็มีวัตถุประสงค์ในการมาไต้หวันของเธออย่างที่กล่าวไป) ตัวลูกชายจึงออกเดินทางเพียงคนเดียว จนได้ไปเจอตี่ตี๋ (Huang He) เด็กแว๊นซ์ข้างถนน และจะด้วยความเหงาหรือมิตรภาพแสนดีที่ทั้งคู่ไม่เคยพบเจอเลยก็แล้วแต่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนเข้าใกล้เส้นแบ่งอันเลือนรางระหว่างความเป็นเพื่อนและอะไรที่มากกว่านั้น

 

จนกระทั่งเหตุการณ์จับพลัดจับผลูที่สองแม่ลูกและเด็กหนุ่มท้องถิ่นได้เดินทางไปเคาะประตูบ้านของนักธุรกิจหนุ่มใหญ่เพื่อนออนไลน์ของผู้เป็นแม่นั่นแหละ ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทั้งหมดต้องหยิบยื่นความเจ็บปวดใส่กันทั้งที่ต่างคนต่างก็ต้องจัดการความเจ็บปวดส่วนตนอยู่แล้ว และทำให้ทริปไต้หวันที่เหลือหลังจากนั้นพลิกผันร้าวรานและเศร้าสร้อยจับใจ

 

 

 

อย่างที่เกริ่นไว้แต่ทีแรก บทภาพยนตร์ของหนังเรื่องนี้แข็งแรงมาก พัฒนาขึ้นมาอย่างดี สะท้อนความเปลี่ยวเหงาสิ้นหวังของหญิงวัยกลางคนที่ไขว่คว้าเอาฟางเส้นบางๆ ของความสัมพันธ์ออนไลน์เป็นดั่งเชือกช่วยชีวิต และความเปลี่ยวเหงาของวัยรุ่นในเมืองใหญ่ไร้ญาติขาดมิตรที่ดื่มกินหยดน้ำเล็กๆ แห่งมิตรภาพราวกับค้นพบน้ำพุใหญ่อันฉ่ำเย็น

 

หรืออาจกล่าวได้ว่านี่เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนความเจ็บปวดว่างโหวงของคนสองรุ่นแห่งยุคสมัยที่ถมอย่างไรก็ยากจะเต็ม

 

ความปวดร้าวเปลี่ยวเหงา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดหวังที่ตัวละครเหล่านี้ได้พบเจอ ถูกถ่ายทอดด้วยการแสดงชั้นดีของนักแสดงนำทั้งสาม (คิกกี้ วิคเตอร์ และตี่ตี๋) โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องเน้นเป็นพิเศษก็คือ Pernilla August (เจ้าของรางวัลนำหญิงยอดเยี่ยมจากคานส์ในหนังของบิล ออกัสต์เรื่อง The Best Intentions เมื่อปี 1992 และเจ้าของบทแม่ของอนาคิน สกายวอล์กเกอร์ใน Star Wars) ผู้รับบทเป็นคิกกี้ เธอมอบการแสดงที่ยอดเยี่ยมและเต็มเปี่ยมไปด้วยรายละเอียดเล็กน้อยในความเป็นธรรมชาติ เธอมีการแสดงทั้งแบบเยอะและน้อยได้มากตามแต่สถานการณ์ เธอสร้างตัวละครคิกกี้ขึ้นอย่างมีเลือดมีเนื้อ ฉากการเผชิญหน้ากันของเธอและนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ที่บ้านของเขานั้น… เข้าขั้นมหัศจรรย์ เธอให้การแสดงประเภทหนึ่งใบหน้าร้อยอารมณ์ เราปวดร้าวไปกับเธออย่างสุดแสน แต่เราก็ร้องไห้ไม่ออก

 

 

สีสันอันสวยงามและมีชีวิตชีวาของไทเปและทะเลสาบสุริยันจันทราในไต้หวันที่หนังถ่ายทอดเหมือนถูกฉาบเคลือบด้วยความเหงาเศร้าบางๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะในฝูงชนคลาคล่ำ แสงแดด หรือลมทะเล

 

ผู้กำกับ Håkon Liu เคยทำหนังสั้นเรื่อง Lucky Blue ในปี 2007 ซึ่งแม้เนื้อเรื่องในหนังสั้นเรื่องดังกล่าวนี้อาจจะเชยๆ เป็นเรื่องความรักฤดูร้อนในช่วงก้าวข้ามพ้นวัยของเด็กหนุ่มสองคน แต่ที่ชวนประทับใจมากก็คือการถ่ายทำ ภาพ สี และจังหวะจะโคนของหนังที่เรียบง่าย รู้สึกโหวงในอกเหมือนกำลังดูภาพความทรงจำเล็กๆ สีซีเปียอันแสนสั้นที่เราได้แต่หวังว่าจะให้มันอยู่ยืนยาวได้ตลอดไป

 

Miss Kicki จึงเป็นอีกหนึ่งหนังที่ไม่อยากให้หลุดหูหลุดตากันไป

 

ตัวอย่างหนัง

 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอโน๊ตไว้แล้วไปหามาดูบ้างนะครับ big smile
มาตอบค่ะ...

#15 By webcam sexy (62.167.98.113) on 2011-05-26 00:15

อยากดูขึ้นมาทันทีเลยแฮะ
ร้างลาบล๊อกไปนาน
สงสัยต้องกลับมาอ่านย้อนเยอะเลย big smile

#14 By มนุษย์เพลง on 2011-05-14 00:20

อยากดูขึ้นมาทันทีเลยแฮะ
ร้างลาบล๊อกไปนาน
สงสัยต้องกลับมาอ่านย้อนเยอะเลย big smile

#13 By มนุษย์เพลง on 2011-05-14 00:20

อยากดูจังคร้าบ แต่จะไปหาที่ไหนล่ะเนี่ยconfused smile

#12 By R O C K on 2011-03-07 17:45

เอ๋.....คนแสดงเป็นนักธุรกิจใต้หวัน คุ้นนะ อิอิ confused smile confused smile sad smile

#11 By Dome on 2011-02-05 03:33

มาตอบค่ะ...

พายุจะเข้าควีนส์แลนด์อีกแล้ว
บริสเบนอาจโดนผลกระทบประมาณนึง
ตอนนี้บริสเบนโทรม
แต่เชื่อว่า ผู้หญิงคนนี้เดี๋ยวก็กลับมาสวย
สวยแล้ว อย่าลืมมาชมนะคะ

#10 By ตินกานต์ on 2011-02-01 17:36

ตอบ ป๋วย
มันชื่อนี้จริงๆ ตามไกด์บุ๊คเมืองไทย ถ้าเป็นภาษาอังกฤษมันชื่อ Sun Moon Lake น่ะ

#9 By eak early : เอกเช้า on 2011-01-25 23:04

"ทะเลสาบสุริยันจันทรา" ช่างเป็นชื่อที่...

แวะมาเยี่ยมค่ะ ไม่เคยได้ิิยินชื่อเรื่องนี้เลยเหมือนกัน (แต่ชื่อเรื่องมันไม่ค่อยดึงดูดมะ)

#8 By ป๋วย (202.28.45.1) on 2011-01-22 13:09

น่าสนใจครับconfused smile

#7 By นกไซเบอร์ on 2011-01-17 13:51

หนังยังไม่เคยดูเลยไม่รู้ว่าจะชอบหรือเปล่า แต่ชอบที่เอกเขียนมากครับ อ่านแล้วอยากกลับบ้านไปดูซะเดี๋ยวนี้เลย (ขี้เกียจทำงานนั่นเอง)

#6 By แฟนผมฯ (122.248.16.2) on 2011-01-12 16:32

โอ้ว แล้วพี่ไปหาเจอได้ไงเนี่ย ผมเพิ่งดูดีพาร์ทเจอร์ไปเอง55
ไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินหนังเรื่องนี้มาก่อนเลยครับ

ขอโน๊ตไว้แล้วไปหามาดูบ้างนะครับ big smile

#4 By Seam - C on 2011-01-12 16:00

หนังที่หลบตามมุมแบบนี้หาดูไม่ได้ตามเซ่เว่นอีเลฟเว่นแน่ๆ

#3 By omega on 2011-01-12 10:04

น่าดูคับ big smile

#2 By noomnoi on 2011-01-12 08:15

น่าดูเชียว เดี๋ยวจัด

#1 By faris (58.9.230.161) on 2011-01-11 23:48